วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.-เครือข่ายปชช.ส่งข้อเสนอแก้ร่างรธน.วันสุดท้าย

61อดีตสปท.-เครือข่ายปชช. พาเหรดส่งข้อเสนอแก้ร่างรธน. ต่อกรธ.วันสุดท้าย เน้นรายละเอียดประเด็นการคงสิทธิ-เพิ่มบทบาทของประชาชน

จากกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเบื้องต้น จากภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชาชน ระหว่างวันที่ 1- 15 ก.พ. นั้น ล่าสุดได้เสร็จสิ้นการเปิดรับฟังความเห็นแล้ว โดยในวันที่ 15 ก.พ. มีภาคประชาชนหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มพสกนิกรไทยรวมใจสามัคคี, กลุ่มสมาพันธ์ผู้ใช้แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธุ์, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย รวมถึงอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ทยอยส่งความเห็นต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ผ่านตัวแทนของกรธ. 

โดยสาระสำคัญของภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานที่ขอให้ปรับปรุงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นนั้น มีรายละเอียดคือ ขอให้บัญญัติประเด็นที่รัฐต้องคุ้มครองแรงงาน รวมถึงจัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ทำงานได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรม ขณะที่ประเด็นของการปฏิรูปด้านแรงงานนั้น เสนอให้บัญญัติการรับรองเสรีภาพผู้ใช้แรงงานในการสมาคม การรวมตัวกันและการเจรจาต่อรอง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นกองทุนการเงินสำหรับผู้ใช้แรงงาน นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับที่มาของส.ว. โดยขอให้มีส.ว. ไม่เกิน 200 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม จากบุคคลดังต่อไปนี้ 1.ผู้แทนองค์กรวิชาชีพหรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้งซึ่งเลือกกันเอง ไม่เกิน 10 คน, 2.การเลือกกันเองจากองค์กรด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการ ด้านชุมชนและท้องถิ่น และองค์การด้านอื่น ด้านละไม่เกิน 10 คน และ 3.ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมในด้านต่างๆ ตาม ข้อ 2 ด้านละไม่เกิน 10 คน  

ขณะที่ข้อเสนอของอดีตสมาชิกสปท. ที่รวมตัวกันจำนวน 61 คน เพื่อทำความเห็นและข้อเสนอแนะนั้น มีรายละเอียด คือ ปัญหาของร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. นั้นคือ เพิ่มอำนาจรัฐให้ยิ่งใหญ่ และลดบทบาทรวมถึงอำนาจของประชาชนเพราะให้บทบาทของประชาชนต่อการตรวจสอบรัฐผ่านทางการลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญควรบัญญัติเพิ่มบทบาทของภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมตรวจสอบ และสนับสนุนงานของภาครัฐ รวมถึงต้องปรับปรุงเนื้อหาในแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 60 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น ที่เขียนห้ามไม่ให้เกิดการฟ้องร้องรัฐได้ เนื่องจากการกำหนดแนวนโนบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น ถือเป็นพื้นฐานของการได้สิทธิของประชาชน นอกจากนั้นในประเด็นของชุมชนต่อการปกป้อง อนุรักษ์ และร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วย ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหารุนแรงต่อประเด็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชน และการดำเนินงานของรัฐที่อาจส่งผลกระทบ ส่วนประเด็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้น ต้องเพิ่มบทบาทให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย จากเดิมที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลและทำงานด้วยความโปร่งใส  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ข้อเสนอของสปท.นั้น เมื่อเวลา 12.15 น. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ได้เข้าพบกับนายมีชัย และได้หารือเป็นการส่วนตัว ประมาณ 10 นาที ทั้งนี้ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการพบปะกันเพื่อส่งข้อเสนอแนะต่อการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ได้จากการรับฟังความเห็นของสปท. ขณะที่ข้อเสนอแนะของสนช. นั้น นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 เป็นผู้ส่งข้อเสนอที่ได้จากที่ประชุมสนช.ด้วยตนเอง เช่นกัน