“วัชระ” เรียกร้อง “ไพบูลย์” สั่งดีเอสไอรับคดี "พ.ต.ท.แสมดำ" เป็นคดีพิเศษ หวั่นให้สตช.รับคดียิ่งทำสังคมไม่เชื่อมั่น
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.อ.พีระพัฒน์ ดวงจันทร์ทิพย์ ร้อยเวรสอบสวนคดีพ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ สน.แสมดำโทรศัพท์ติดต่อตนไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยได้สอบถามเรื่องการส่งไลน์ระหว่างตนกับพ.ต.ท.จันทร์ ว่าจริงไหม มีข้อความใดบ้าง ตนก็บอกว่าจริงตามที่อดีตส.ส.ของพรรค 3 คน คือ อดีตส.ส.วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.วิรัช ร่มเย็น นายราเมศ รัตนะเชวง และตนได้ร่วมกันแถลงวานนี้ (14 ก.พ.) โดยไลน์ข้อความนั้นส่งมาครั้งสุดท้ายวันอังคารที่ 9 ก.พ. เวลา 12.54 น.สองประโยคสุดท้ายพ.ต.ท.จันทร์เขียนว่า “ต่อเช้า(พรุ่งนี้) ฝากบอกนายก(พลเอกประยุทธ์)กัน(ด้วย)” “ผบ.(พลตำรวจเอกจักรทิพย์)ไม่ชอบพงส.(พนักงานสอบสวน)เอาทหารมารุม(ทำร้าย)” คำว่า “รุม” เป็นภาษาถิ่นใต้หมายถึงทำร้ายร่างกาย ตนบอกว่า ได้รายงานและแค็ปข้อความส่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายชวน หลีกภัยไปแล้ว ตนยินดีนำหลักฐานไปให้พนักงานสอบสวน แต่ไม่ใช่ที่สน.แสมดำ ขอให้มาสอบสวนที่พรรคประชาธิปัตย์
นายวัชระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังถามร.ต.อ.พีระพัฒน์ อีกว่ากุญแจบ้านและโทรศัพท์ของพ.ต.ท.จันทร์หาเจอหรือยัง ร.ต.อ.พีระพัฒน์ตอบว่ายังหาไม่พบ ตนถามต่อว่าแล้วรถมอเตอร์ไซค์ของพ.ต.ท.จันทร์ไปจอดทิ้งไว้หน้าปากซอยได้อย่างไร ร.ต.อ.ระพีพัฒน์ตอบว่าไม่ทราบกำลังไล่เช็ควงจรปิดอยู่ ตนบอกร้อยเวรทิ้งทายว่า พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ เป็นคนหาดใหญ่ คนสงขลา คนใต้เขาไม่ยอมให้ตายฟรี ส่วนจะนัดตนเมื่อไหร่ให้บอกมาได้ทุกเวลา แต่ สน.แสมดำ ตนขออภัย ตนไม่กล้าไปสน.แสมดำ กรุณามาที่พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้สะเทือนขวัญสังคมอย่างยิ่ง ไม่มีใครเชื่อผลสอบของสตช. ตนจึงเรียกร้องพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรมให้ดีเอสไอ.รับเป็นคดีพิเศษ พลเอกไพบูลย์มีอำนาจสั่งอยู่แล้วไม่ต้องรอหนังสือร้องเรียนก็ได้เพราะหากปล่อยให้สตช.ทำคดีต่อไปสังคมก็ยิ่งเกิดความไม่เชื่อมั่นและอาจกระทบต่อรัฐบาลได้ คำพูดสุดท้ายก่อนขาดการติดต่อ พ.ต.ท.จันทร์ ยังพูดถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผล.ตร. โดยตรง เรียกว่าเป็นคู่กรณีแล้วจะเชื่อได้ผลการสอบสวนของตำรวจซึ่งเป็นลูกน้องของผบ.ตร.ได้อย่างไร
นายวัชระ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่ากลุ่มเพื่อนๆของพ.ต.ท.จันทร์ได้เผยแพร่ข้อความขอพลังโซเซี่ยลค้นหาความจริงสาเหตุการตายของพ.ต.ท.จันทร์ บริเวณหมู่บ้านพระปิ่น5 บางบอนและสน.เทียนทะลที่ทำงานของพ.ต.ท.จันทร์ อาจได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดหรือผู้เห็นเหตุการณ์ช่วงวันที่ 9-12 ก.พ.เส้นทางถนนเอกชัยออกซอย สน.แสมดำ หรือถ.พระราม2 ซอย100 ไปสน.เทียนทะเล จากกลุ่มเพื่อนจันทร์ จึงใคร่ขอให้พี่น้องประชาชนที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดย่านดังกล่าวช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย นอกจากนี้ทราบว่าเพื่อนของพ.ต.ท.จันทร์ได้ขอร้องครอบครัวพ.ต.ท.จันทร์ว่าอย่าเพิ่งเผาศพ เพราะศพคือหลักฐานสำคัญที่สุดที่จะบอกกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรีว่า พ.ต.ท.จันทร์ไม่ได้ผูกคอตายอย่างแน่นอน ขณะนี้ครอบครัวของพ.ต.ท.จันทร์เกิดความหวาดกลัวอย่างมาก ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลคุ้มครองความปลอดภัยให้ครอบครัวพ.ต.ท.จันทร์ด้วยครับ





