สปท. เห็นชอบรายงานตั้งกองทุนน้ำมัน เพื่อเป็นเครื่องมือรักษาระดับราคาน้ำมัน
ได้มีการประชุมของสภาขับเคลื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม โดยมีวาระพิจารณารายงานบทบาท หน้าที่ และการใช้ประโยชน์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช รองประธานกมธ.คนที่ 1 รายงานว่า เนื่องจากกองทุนน้ำมันมีบทบาทมากในการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ซึ่งยังคงมีข้อกังขาถึงความเหมาะสมการใช้กองทุนเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลยุคต่าง ๆ ซึ่งกมธ.ได้เสนอร่างพ.ร.บ.พระราชบัญญติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเหตุผลคือเพื่อการบริหารกองทุนฯเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีส่วนร่วม และป้องกันการแทรกแซงการใช้กองทุนฯเกินวัตถุประสงค์ ทั้งนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะผันผวน มีผลต่อราคาขายปลีก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรักษาระดับราคา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยมีระยะเวลาและวงเงินที่ใช้ในการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างชัดเจน
ภายหลังสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกมธ. ชี้แจงว่ากองทุนนี้ตั้งขึ้นเพราะเราประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และราคาน้ำมันมีการผกผัน จนประชาชนชนได้รับผลกระทบ ดังนั้นกองทุนดังกล่าวมีไว้เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบกับประชาชน แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันจะถูก แต่เราก็ต้องเตรียมการให้พร้อมไว้ ถ้ายกเลิกกกองทุนดังกล่าว รัฐก็จะไม่มีเครื่องมือจำเป็นไว้ใช้ได้ทันท่วงที ประกอบกับที่ผ่านมา กองทุนนี้มีคณะกรรมการเป็นภาครัฐ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในร่าง พ.ร.บ. นี้เปิดให้มีคณะกรรมการมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้วย ดังนั้นในภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการ จะช่วยให้กองทุนไม่ติดลบเหมือนอย่างบางยุค ที่ปล่อยให้กองทุนน้ำมันติดลบเพราะมีการหาเสียง ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเงินจำเป็นต้องส่งให้ ครม. รับรองก่อน
จากนั้นที่ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบกับรายงานและร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวด้วยคะแนน 160 ต่อ 4 งดออกเสียง 8 คะแนน โดยกมธ. จะนำความเห็นและข้อเสนอแนะ ไปปรับปรุงก่อนเสนอให้ประธาน สปท. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป





