วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยันชันสูตรศพ 'พ.ต.อ.จันทร์' ตายเพราะขาดอากาศ

"ผบก.น.9" ยันแพทย์ชันสูตรศพ “พ.ต.ท.จันทร์” ตายเพราะขาดอากาศ ไม่ได้ถูกทำร้าย ชี้ภาพแชร์ที่ระบุถูกซ้อม ฟันหัก เป็นภาพตัดต่อ

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 นำเอกสารหลักฐานผลการตรวจพิสูจน์ศพมายืนยันกับสื่อมวลชน พร้อมเปิดเผยว่า แพทย์ชันสูตรพลิกศพพ.ต.ท.จันทร์ ว่าเสียชีวิตจากการ ขาดอากาศจากรอยกดรัดบริเวณคอ ไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกาย และยืนยันว่าจากการตรวจสภาพภายในและภายนอกร่างกายไม่มีรอยฟกช้ำหรือถูกทำร้ายร่างกาย รวมทั้งไม่พบสารพิษในร่างกาย ส่วนรอยแผลที่แขนทั้งสองข้างนั้น มาจากการที่เสียชีวิตในท่ายืนกว่า 8 ชั่วโมงและเลือดไหลลงสู่แขนและขา ทำให้แขน ขาดำคล้ำและมีรอยปริของผิวหนังได้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่ริมฝีปากบวม คล้ำเป็นปกติของคนที่ผูกคอ ซึ่งลิ้นดันออกมาทำให้ริมฝีปากบวมได้ ทั้งนี้แพทย์ยืนยันว่าริมฝีปากไม่ได้ถูกของแข็งกระแทกแต่อย่างใด นอกจากนี้อวัยวะภายในและภายนอกยังอยู่ครบสมบูรณ์ แขนขาไม่หัก รวมทั้งฟันยังอยู่ครบถ้วน ไม่ได้หักตามที่มีกระแสข่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีการแชร์ใน สื่อโซเชี่ยลมีเดีย ที่ระบุว่าเป็นพ.ต.ท. จันทร์เสียชีวิตจากการถูกซ้อม จนมีรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า รวมทั้งฟันหักนั้น พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสภาพศพของผู้ที่เสียชีวิตจากการผูกคอที่มีระยะเวลานาน 8 ถึง 10 ชั่วโมง จะมีรอยช้ำอยู่แล้ว เนื่องจากมีการแปรสภาพ เลือดคั่งอยู่บริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งเป็นสภาพศพที่ฆ่าตัวตายตามธรรมชาติ โดยภาพที่มีการแชร์ที่มีลักษณะว่าพ.ต.ท.จันทร์ฟันหักนั้น เป็นภาพตัดต่อ

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบลายนิ้วมือบริเวณบ้าน ตั้งแต่ทางเดินจนถึงประตูรั้วที่เป็นจุดที่พ.ต.ท. จันทร์ผูกคอ นั้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าไม่มีรอยนิ้วมือคนอื่น มีแต่รอยนิ้วมือของพ.ต.ท. จันทร์ เพียงคนเดียว ประกอบกับการตรวจสอบบริเวณพื้นสนามหญ้าก็ไม่พบรอยเท้าบุคคลอื่นแต่อย่างใด

เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบโทรศัพท์มือถือของพ.ต.ท.จันทร์นั้น พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ทางญาติกำลังช่วยกันหาโทรศัพท์อยู่ โดยยอมรับว่าตนยังไม่ทราบว่าโทรศัพท์อยู่ที่ใด ซึ่งหากได้โทรศัพท์แล้วตำรวจจะตรวจสอบประวัติการโทรเข้าและออกว่ามีบุคคลใดติดต่อพ.ต.ท.จันทร์บ้าง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนและหลังเกิดเหตุว่ามีใครมาพบพ.ต.ท.จันทร์บ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบภาพเบื้องต้นยังไม่พบบุคคลต้องสงสัยใดๆ แต่ยอมรับว่าจากการสอบถามพยานแวดล้อมพบว่าพบว่าช่วงหัวค่ำของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท. จันทร์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีเขียว-ดำ ทะเบียน ยษจ 455 กรุงเทพมหานคร โดยจอดบริเวณหน้าปากซอยเอกชัย 109 ห่างจากตัวบ้านประมาณ 300 เมตร ขี่มาเพียงคนเดียวและลงจากรถมาเพียงคนเดียว ซึ่งตำรวจเชื่อว่าน่าจะลงซื้อของ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีร้านขายของจำนวนมาก หลังจากนั้น จึงเข้าไปในตัวบ้าน ก่อนจะก่อเหตุผูกคอตนเองในเวลาประมาณ 22.00 น. กระทั่งเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทางครอบครัวจะมาเจอศพ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า มีพยาน บุคคลเห็นว่าหลังจาก พ.ต.ท. จันทร์ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด หน้าซอยเอกชัย 109 ก่อนจะมีกลุ่มวัยรุ่น เดินเข้ามาพูดคุยกับพ.ต.ท. จันทร์จากนั้นพ.ต.ท. จันทร์ก็จอดรถและเดินหายไปกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว นั้น พล.ต.ต. จิรพัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบถามพยานบุคคลไม่พบข้อมูลว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้มาเก็บลายนิ้วมือที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวแล้วเชื่อว่า 2-3 วันน่าจะทราบผล

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความบทสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่เชื่อว่าเป็นของพ.ต.ท. จันทร์แชทกับนายตำรวจรุ่นน้อง โดยมีการระบุถึง “นาย” หลัง รุ่นน้องคนดังกล่าวถามว่าใครห้าม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่าตนยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าวแต่ยืนยันว่า จะนำเข้าที่ประชุมเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าวต่อไปอย่างไรก็ตามขณะนี้ตนได้ตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อทำคดีดังกล่าวเนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญและประชาชนให้ความสนใจและเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ.ต.ท. จันทร์ ให้สังคมคลายข้อกังขาและความสงสัยให้หมดไป โดยขณะนี้ได้ตั้งประเด็นปมสาเหต การเสียชีวิตไว้หลายประเด็นและยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้