วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ป่วยเมอร์สราย2ในไทยหายดี เดินทางกลับ'โอมาน'

ผู้ป่วยเมอร์สราย 2 ในไทยชายชาวโอมานหายดี เดินทางกลับประเทศ หลังผลแล็ป 3 แห่งยืนยันปลอดเชื้อ 2 ครั้ง

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวความสำเร็จการรักษาผู้ป่วยเมอร์สชาวโอมาน กล่าวว่า หลังจากที่สถาบันบำราศฯรับตัวชาย ชาวโอมาน อายุ 71 ปี ที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์สจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเข้ารับการรักษาตัวเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2559 ขณะนี้ผลการรักษา ผู้ป่วยรายดังกล่าวหายเป็นปกติแล้ว โดยผลการตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์(ห้องแล็ป)ใน 3 แห่ง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ และสถาบันบำราศนราดูร ไม่พบเชื้อ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลจึงได้ประสานสถานฑูตโอมานในการรับตัวผู้ป่วยเดินทางกลับประเทศโอมาน  

ส่วนญาติ 1 คนที่ต้องเข้ารับการกักตัวในห้องแยกโรคไม่พบเชื้อเช่นกัน รวมถึง ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นคนขับแท็กซี่ 2 คน พนักงานโรงแรม 4 คน ผู้โดยสารบนเครื่องบิน 22 คน และบุคลากรโรงพยาบาล 11 คน รวม 39 คน ไม่พบเชื้อเช่นกัน และได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ตั้งแต่วันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2559 และติดตามต่อหลังจากนั้นก็ไม่พบว่ามีใครป่วยเพิ่มเติม 

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้อาการหนักกว่าผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในประเทศไทย โดยเจอปริมาณเชื้อในร่างกายมากกว่า จึงใช้เวลาในการรักษานานกว่า รวม 21 วัน ขณะที่รายแรกใช้เวลาเพียง 14 วัน แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ป่วยมีโรคเบาหวานด้วย อาจทำให้เชื้ออยู่ในร่างกายได้นานกว่ารายแรก ทั้งนี้ แพทย์ได้ออกหนังสือรับรองให้กับผู้ป่วยรายนี้ตามกฎการบินระหว่างประเทศว่าผู้ป่วยปลอดภัยสามารถเดินทางในระยะทางไกลได้และผู้ร่วมเดินทางคนอื่นจะปลอดภัยด้วย  และตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ปี 2548 ที่ระบุว่าผู้ป่วยอยู่่ในสภาพเดินทางไกลได้และปราศจากเชื้อ 

พญ.จริยา แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สถาบันฯได้จำหน่ายผู้ป่วยออกจากสถาบันเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 โดยผู้ป่วยมีอการหายดี รับประทานอาหารได้ดีและเดินเองได้ตามปกติ จึงเดินทางพร้อมลูกชาย 1 คนที่ถูกกักตัวไว้สังเกตอาการและลุกชายอีก 2 คนที่เดินทางมาเยี่ยมกลับประเทศโอมานแล้ว ส่วนค่ารักษาพยาบาลรวมกว่า 4.2 แสนบาท เบื้องต้นได้รับการประสานจากสถานฑูตโอมานประจำประเทศไทยว่าจะประสานผู้ป่วยในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สถาบันฯต่อไป