วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ. เผยภาคกลางพอใจร่างรัฐธรรมนูญ

กรธ. เผยภาคกลางพอใจร่างรัฐธรรมนูญ แนะส.ว.เลือกกันเอง ให้ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญมีอายุ 70 ปี ลดวาระ ป.ป.ช.เหลือ 7 ปี

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าในการทำงานของกรธ. ว่า สำหรับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เวทีภาคกลาง ที่กรุงเทพมหานครนั้น มีข้อเสนอในแระเด็นต่างๆ ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยโดยภาพรวมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ เนื่องจากได้กำหนดบทบัญญัติสิทธิเสรีภาพ ไว้อย่างครอบคลุม แต่มีข้อสังเกตอยากให้กำหนดสิทธิของแรงงาน ให้มีความชัดเจน ให้เท่ากับมาตรฐานสากล และอยากให้กำหนดสิทธิความเท่าเทียมของหญิงชายไว้ให้ชัดเจนเช่นเดียวกัน

ส่วนกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส. ผู้เข้าร่วมเสวนา ก็เห็นด้วยกับการออกแบบระบบการเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม แต่มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการกำหนดให้มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว เพราะเกรงว่าจะมีการทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียง ดังนั้น จึงอยากให้ กรธ. อธิบายวิธีการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งใบเดียวให้รอบคอบ และชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน เพราะอดีตที่ผ่านมา ประชาชนจะคุ้นเคยกับการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง จำนวน2ใบ 

ส่วนกระบวนการที่ได้มาซึ่ง ส.ว. เป็นประเด็นที่ผู้เข้าร่วมเสวนา ถกเถียงกันมาก แต่ส่วนใหญ่ก็รู้สึกดีใจที่กำหนดให้ ส.ว. มาจากกลุ่มประชาชนในสาขาอาชีพด้านต่างๆ จำนวน20กลุ่ม โดยที่ไม่ได้อิงกับพรรคการเมือง แต่ก็ได้ฝากข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการเลือกข้ามกลุ่มหรือเลือกไขว้ เพราะเกรงว่า วิธีการเช่นนี้ จะทำให้ผู้เลือกไม่สามารถรู้ได้ว่า คนไหนมีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง ควรที่จะกำหนดเลือกกันเองภายในกลุ่มน่าจะเหมาะสมกว่า ขณะเดียวกัน อยากให้ กรธ. ออกแบบวิธีการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัคร ส.ว. เพื่อจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาทำหน้าที่ 

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ประเด็นที่เกี่ยวกับศาลและองค์กรอิสระนั้น มีการเสนอให้เพิ่มองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จาก9คน เพิ่มเป็น11คน รวมถึงอายุของตุลาการฯ ควรให้อยู่ดำรงตำแหน่งถึงอายุ70ปี เหมือนกับองค์กรอื่นๆ ส่วนศาลปกครอง ก็มีการเสนอให้ปรับองค์ประกอบผู้ทรงคุณวุฒิของตุลาการศาลปกครอง ให้มีความครอบคลุมทุกมิติ เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาคดี ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน ส่วนองค์กรอิสระ โดยหลักการการทำหน้าที่ของกรรมการองค์กรอิสระ ผู้เข้าร่วมเสวนา ไม่รู้สึกขัดข้องหรือติดใจในประเด็นใด แต่ได้ขอให้มีตัวแทนของภาคประชาชน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระด้วย ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ควรปรับลดวาระการดำรงตำแหน่งจากเดิมที่กำหนดไว้จาก9ปี เป็น7ปี เหมือนองค์กรอื่นๆ 

นายชาติชาย กล่าวว่า กระบวนการการทำงานของกรธ. หลังจากนี้ที่ทุกภาคส่วนได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ มายัง กรธ. ในวันที่15ก.พ.แล้ว ทาง กรธ. ก็จะนำทุกความเห็นและข้อเสนอแนะ มาพิจารณาไล่เรียงไปตามหมวดและมาตราต่างๆ และเปรียบเทียบว่า ในแต่ละหมวดแต่ละมาตรา มีการเสนอประเด็นใดบ้างและเมื่อ กรธ. ได้ปรับแก้ไขประเด็นใด ก็จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ โดยจะเร่งดำเนินการให้ทัน เพื่อที่จะได้ส่งร่างสุดท้ายให้ คณะรัฐมนตรี ภายในวันที่ 29 มี.ค.นี้ 

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบร้อยละ80ของครัวเรือนทั่วประเทศ จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนต่อการลงประชามติหรือไม่นายชาติชาย กล่าวว่า มีผลกระทบอยู่บ้าง เพราะหลักการสำคัญของ กรธ. ตั้งใจที่จะทำให้ประชาชนทั้งผู้มีสิทธิ์ออกเสียงและผู้ไม่มีสิทธิ์ ได้สนใจ และเข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้ง่าย แต่เมื่อมีแนวคิดที่จะไม่ได้แจกจ่ายให้ครบทุกครัวเรือน ก็ไม่เป็นไร แต่ทาง กรธ. ก็คงต้องหาวิธีการ เพื่อส่งต่อข้อมูลออกไปให้ประชาชนได้รับรู้มากที่สุด ซึ่งเบื้องต้นก็อาจนำเสนอในรูปของอินโฟกราฟฟิค สรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้ง จะมีการจัดทำในรูปแบบของแอพลิเคชั่น แต่ทั้งนี้ ถ้ามีความเป็นไปด้วย ก็อยากให้รัฐบาลทบทวน โดยอาจจะจัดทำเป็นฉบับย่อๆ ที่บรรจุเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน ก็จะผลดีต่อประชาชน 

ขณะที่นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557ประเด็นการทำประชามติ ว่า เห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจปรับแก้ไขเพราะประเด็นนี้หลายฝ่ายก็เรียกร้องให้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเมื่อปรับแก้ไขแล้วก็เชื่อว่าจะช่วยทำให้บรรยากาศหลังจากนี้ไปดีขึ้นแต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านการทำประชามติแล้วจะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดขึ้นมาพิจารณานั้นก็แล้ว

แต่ความเหมาะสมแต่หากจะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กรธ. จัดทำขึ้นมานั้นก็คงต้องย้อนถามกลับไปว่าเมื่อจะใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหตุใดไม่ช่วยกันทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติไปเสียเลยซึ่งตนมองว่าหากทุกคนอ่านร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดก็เชื่อว่าประชาชนพรรคการเมือง รวมทั้งคนที่เห็นแย้งจะมีความเข้าใจสาระร่างรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนมากขึ้น