"สรรเสริญ"เตรียมเชิญโฆษกทุกกระทรวงถกปรับทัพพีอาร์รัฐบาล 11 ก.พ.นี้ ชี้ต้องพูดแทนรมต.-ปลัด-อธิบดีได้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.พ. นี้ เวลา 14.00น. ตนได้เชิญโฆษกกระทรวงทุกกระทรวงที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) มาประชุมร่วมกันที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อปรับการทำงานของโฆษกทุกกระทรวง เพราะการทำงานต้องไม่ใช่การส่งลิงค์ที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีพูดว่าอะไรแต่ต้องการให้พูดในนามโฆษกเพื่อขยายผลให้ทราบ และนอกจากข่าวในการขับเคลื่อนงานกระทรวงยังต้องดูว่าประเด็นใดที่สังคมเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนโฆษกก็ต้องออกมาชี้แจง ไม่ใช่ปล่อยให้โฆษกรัฐบาลส่วนกลางชี้แจงอย่างเดียว บางทีเราก็ไม่ทราบข้อมูลชัดเจน ดังนั้นวันนี้โฆษกกระทรวงต้องเพิ่มอีก 1 สเต็ปในการทำงาน จึงอยากเชิญมาคุยสั้นๆเพื่อให้ได้ผลในทางปฏิบัติ
เมื่อถามว่าแสดงว่าแนวทางการทำงานของโฆษกกระทรวงก็ยังทำงานเหมือนเดิมคือรวมข่าวของกระทรวงที่ภาษาเป็นทางการส่งเข้ามา พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เท่าที่ดูแล้วก็มีการพัฒนาดีขึ้น ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังชม แต่นายกฯบอกว่ายังเป็นคำชี้แจงที่มาจากรัฐมนตรี และปลัดมากกว่า ซึ่งโฆษกกระทรวงต้องทำงานหนักขึ้น เช่น กรณี โอเน็ตเอเน็ต ทำไมจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาตอบอยู่คนเดียว โฆษกกระทรวงก็ต้องชี้แจงได้ เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรของกระทรวงการคลัง โฆษกกระทรวงก็ต้องชี้แจงได้
ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยานุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า รัฐบาลได้จัดทำศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน ซึ่งเป็นบริการรูปแบบใหม่ของภาครัฐให้กับประชาชในการเข้าถึงข้อมูลแบบออนไลน์ ซึ่งจะจัดทำ 3 ช่องทาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ สมาทโฟนหรือแท็บเล็ต และอุปกรณ์สมาทบ็อกเพื่อวางตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีสมาทโฟนสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ ทั้งนี้การบริการผ่านสมาทโฟน จะจัดทำแอพพลิเคชั่น GAC โดยจะรวบรวมแอพพริเคชั่นหน่วยงานต่างๆของภารรัฐเอาไว้
เช่น การแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ การเตือนภัย สถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น รวมทั้งรองรับการแจ้งเตือนของแต่ละบุคคลในการจ่ายภาษี การจ่ายค่าไฟฟ้า เป็นต้น โดยจะสามาถเลือกรับข้อมูลข่าวสารที่สนใจได้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หมั่นตรวจสอบข้อมูลให้ทันสมัย ดำเนินการแก้ไขสม่ำเสมอ ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามและให้ข้อเสนอแนะได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดปัญหาข่าวลือบิดเบือน การสร้างความเข้าใจผิด จึงอยากให้ประชาชนโหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมาใช้





