วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นิพิฏฐ์'แย้งความเห็นอดีตอัยกการสูงสุด ปมคดียุบทรท.

"นิพิฏฐ์"แย้งความเห็น"อรรถพล อดีตอัยกการสูงสุด" ปมคดียุบพรรคไทยรักไทย ย้ำเป็นความเห็นวิชาการในคดีกฎหมาย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโต้แย้งนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด(อสส.)ที่ระบุว่า เหตุที่ไม่ยื่นฎีกาพล.อ.ธรรมรักษ์ อิสรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในคดี ร่วมกับพรรคพัฒนาชาติไทยจ้างเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แก้ไขข้อมูลทางทะเบียน กกต. โดยอ้างว่าจำเลยที่ร่วมกระทำผิดได้กลับคำให้การว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ไม่ได้ร่วมทำผิด จึงมีมติให้ยุติคดีของพล.อ.ธรรมรักษ์ ว่า ตนเห็นต่างกับเหตุผลของอดีต อสส. เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ปกติแล้วศาลจะไม่ให้น้ำหนักคำเบิกความของจำเลยด้วยกัน เพราะจำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ที่อาจเบิกความช่วยเหลือกัน เช่น จำเลย 5 คน ถูกฟ้องว่าไปข่มขืน หรือโทรมหญิงมาด้วยกันทั้ง 5 คน หากในชั้นศาลจำเลยคนหนึ่งบอกว่า ตนทำผิดเพียงคนเดียวศาลไม่ต้องปล่อยจำเลยที่เหลืออีก 4 คนไปหรือ ทั้งที่ผู้หญิงถูกข่มขืนจากคนทั้ง 5 ถ้าเป็นเช่นนั้น จำเลยที่รวยอาจจ้างจำเลยที่เป็นคนจนให้รับผิดแทนตัวเองได้ ความยุติธรรมจะเสียไป 

"ในคดีที่ อสส. ฟ้องให้ยุบพรรคไทยรักไทย อสส.เชื่อพยาน และนำพยานเหล่านี้มาเบิกความจนศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย แต่พอมาฟ้องพล.อ.ธรรมรักษ์กับพวกให้รับโทษทางอาญาอันเนื่องมาจากการยุบพรรค ท่านกลับไม่เชื่อพยานเหล่านี้ ซึ่งน่าแปลก สำหรับความเห็นของผมเป็นความเห็นทางวิชาการเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และเพื่อให้นักกฎหมายได้วิพากษ์กันต่อไป คงเป็นเพราะการใช้ดุลยพินิจกลับไปกลับมาของอดีต อสส. เช่นนี้กระมัง เมื่อมีการยึดอำนาจ จึงถูกคำสั่งให้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี" รองหน.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว