ตร.ปูพรมไล่ล่า"อาร์ตูร์" ต้องสงสัยฆ่านักธุรกิจชาวสเปน เฟ้นหาทุกจุดแถบภาคตะวันออก หลังพบเบาะแสหลบหนีไปกับหญิงสาวไทย
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสืบสวนหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทรจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. ประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพนายเดวิด เบอร์นาท ที่ปรึกษาประธานบริษัทรีดดิ้งโมบายจำกัด วางแผนแกะรอยไล่ล่านายอาร์ตู เพื่อนผู้ตายในฐานะผู้ต้องสงสัยแบบปูพรมพร้อมกระจายกำลังทีมสืบสวนลงพื้นที่ภาคตะวันออกและใกล้เคียง
พล.ต.ต.สุวัฒน์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงว่า ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและพยานที่เห็นเหตุการณ์บางส่วนแล้วรวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อนโดยจะเรียกประชุมในส่วนต่างๆอีกครั้ง
รายงานข่าวจากชุดสืบสวน เปิดเผยเส้นทางการหายตัวไปของผู้ตายว่า เมื่อเย็นวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ออกไปจากที่พักโดยมีนายอาร์ตูร์ เพื่อนผู้ตายซ้อนท้ายไปด้วย จากนั้นพบภาพวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็มธนาคารแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 4 โดยกล้องวงจรปิดดังกล่าวจับภาพนายอาร์ตูร์มากดเงินถึง 2 ครั้ง
จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมทราบว่า ผู้ตายมีพฤติกรรมชื่นชอบการเที่ยวสถานบริการ ตามย่านพัฒน์พงษ์ ย่านธนิยะและซอยนานา ชอบชักชวนหญิงสาวบริการมาหลับนอนที่ห้องพักครั้งละ 2 คน รวมถึงชอบจับกลุ่มเสพสุขกันประมาณ 4-5 คน ขณะหญิงสาวรายหนึ่งที่เคยร่วมหลับนอนกับผู้ตายให้ข้อมูลว่า ผู้ตายมีพฤติกรรมซาดิสด์ วิตถารในการร่วมเพศ
ชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยอีกว่า แนวทางการสืบสวนขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกลุ่มของนายอาร์ตูร์ว่า รู้จักกับผู้ตายอย่างไร อีกทั้งตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายอาร์ตูร์ พบว่า หนังสือเดินทางหมดอายุ และอยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่กำหนด โดยมีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 13 ครั้ง ครั้งล่าสุดเข้ามาช่วงปลายปี 2558 และวีซ่าหมดอายุเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวนายอาตูร์ ชาวสเปน ซึ่งเชื่อแน่นอนว่า มีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตของนายเดวิด ประกอบกับพบข้อมูลว่า เป็นผู้นำเงินออกจากธนาคารไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมพบว่า บัญชีของผู้ตายพบว่า มีการถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีจากธนาคารประเทศสิงคโปร์ ผ่านทางอีเมลล์เข้าบัญชีของนายอาตูร์ถึง 2 ครั้ง โดยกดเงินจำนวน 1 หมื่นบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา
แต่ทางธนาคารพบพฤติกรรมผิดสังเกต เพราะเงินที่โอนเข้ามามีจำนวนมากผิดปกติ จึงระงับไว้ ทำให้ทางชุดทำงานสันนิษฐานได้ว่า สาเหตุการฆ่าหั่นศพครั้งนี้อาจจะเป็นการเรียกค่าไถ่หรือการประสงค์ต่อเงิน เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่า โอนเงินแล้วทำไมกลุ่มคนร้ายยังลงมือฆ่าหั่นศพอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าได้เงินไม่ครบ
ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ชุดคลี่คลายคดีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังพบว่าผู้ต้องสงสัยมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนโรจนะ ตำบล ธนู อำเภอ อุทัย พระนครศรีอยุธยา และวานนี้ได้มากดเงินที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ขอข้อมูลรวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ไปเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีชุดสืบสวน ได้ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 48/142 ภายในหมู่บ้านเดอะวิลล่า ซ.รามคำแหง 174 หลังพบข้อมูลว่านายอาตูร์ได้มาติดต่อขอเช่าบ้านหลังดังกล่าว โดยบ้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นทาวน์โฮม สูง 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตร.วา รั้วรอบขอบชิด ทั้งนี้จากการสอบปากคำเจ้าของบ้านทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีราคา 2.7 ล้านบาท ซึ่งนายอาร์ตูร์ได้มาติดต่อขอเช่าบ้านหลังดังกล่าวในราคาเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยมีกำหนดย้ายเข้ามาต้นเดือนกุมภาพันธ์และได้ขนข้าวของเฟอร์นิเจอร์มาที่บ้านดังกล่าวเมื่อวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ แต่พอปรากฏข่าวขึ้นมาก็ไม่พบนายอาร์ตูร์อีก
นอกจากนี้ยังมีแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบอีกว่าหลังเกิดเหตุ นายอาเธอร์ ได้ใช้พาหนะในการหลบหนีเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน โดยไปกับหญิงสาวคนหนึ่ง ชาวจังหวัดสุรินทร์ และจากการรวบรวมพยานหลักฐานพบความเชื่อมโยงว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องสงสัยขับรถกระบะคันดังกล่าวตระเวนกดเงินในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขับรถกระบะคันดังกล่าวไปทางด่วนกาญจนาภิเษก ไปทางสุวินทวงศ์เพื่อหลบหนี ก่อนไปกดเงินที่และธนาคารกสิกรไทย สาขาสุวินทวงศ์ ทั้งนี้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายคาดว่ารู้ตัวว่าถูกตำรวจติดตาม จึงอาจหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อข้ามไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการปูพรมเร่งติดตามตัวตามแนวตะเข็บชายแดนภาคตะวันออกทั้งหมด อีกทั้งประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านที่ใกล้เคียง อาทิ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว , จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด รวมทั้งตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
ด้านพล.ต.ต.ธำรงค์ แสงวัฒนกุล ผบก.ตม. 3 กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้ ตม.จังหวัดในสังกัด บก.ตม.3 คุมเข้มในการตรวจบุคคลและยานพาหนะ เข้า-ออกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำสถานีที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ประจำจุดตรวจจุดสกัดให้เฝ้าตรวจตราตลอด 24 ชม.
นอกจากนี้มีรายงานว่าหลังปรากฏข่าวการเสียชีวิตของนายเดวิด ชุดสืบสวนได้สอบปากคำหญิงชาวไทยชื่อ”ปราณี” ซึ่งเป็นหญิงบริการ หลังประสานขอเข้าให้ปากคำเพื่อการแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยยอมรับว่าเคยไปเที่ยวและร่วมหลับนอนกับนายเดวิด ส่วนในรายละเอียดในเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้านาย ดาบิด แบร์นาด นักธุรกิจชาวสเปนพบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยมากกว่า 271 ครั้ง และเดินทางไปประเทศพม่า61ครั้ง ส่วนนายอาเธอร์ เข้าออกประเทศไทย13ครั้ง ปัจจุบันเป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด ซึ่งครั้งสุดท้ายพบว่าเดินทางออกจากประเทศกัมพูชาเข้ามาประเทศไทยเป็นครั้งสุดท้าย
ล่าสุดชุดสืบสวนพบภาพจากกล้องวงจรปิดย่านสุขุมวิท ของวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมาแต่คนละเวลากับที่หน้าคอนโดสามารถจับภาพนายอาตูร์ ขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซ้อนท้ายมากับหญิงสาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นจุดสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนรถกระบะเพื่อใช้หลบหนีไป อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อหาความเชื่อมโยงกับแนวทางการทำงานติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป





