วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อธิบดีกรมพินิจฯ เผยผลสืบเสาะพฤติกรรมโจ๋พัทลุงใกล้เสร็จ

อธิบดีกรมพินิจฯ เผยผลสืบเสาะพฤติกรรมโจ๋พัทลุงใกล้เสร็จ ป้องเยาวชน ก่อเหตุอุกฉกรรจ์เพราะขาดวุฒิภาวะ

นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงความคืบหน้าหลังการควบคุมตัวเยาวชน 2 คน ที่ร่วมกระทำผิดคดีฆาตกรรมที่จังหวัดพัทลุง ว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนสืบเสาะประวัติซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแปลผลซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญจะมีทั้งนักจิตวิทยา จิตแพทย์ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแปลผลทำรายงานเสนอศาล ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ยอมรับว่าการโอนคดีเด็กและเยาวชนไปศาลผู้ใหญ่ไม่ได้พิจารณาจากการเป็นคดีอุกฉกรรจ์เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลักคือการสืบเสาะสภาพร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและนิสัย โดยเฉพาะคดีดังกล่าวต้องมีการประเมินอย่างละเอียดว่ามีความเป็นผู้ใหญ่หรือไม่ เนื่องจากทางจิตวิทยาเยาวชนจะมีความยับยั้งชั่งใจต่างจากผู้ใหญ่มาก ยิ่งอายุน้อยยิ่งมีวุฒิภาวะน้อยไปด้วย และหากมีวุฒิภาวะน้อยก็จะขาดการยับยั้งเป็นเหตุให้มีโอกาสกระทำผิด ดังนั้น การโอนคดีเยาวชนจึงไม่ได้ดูที่การเป็นอาชญากรรมรุนแรง แต่ดูว่ามีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งต้องวิเคราะห์เป็นรายคน แม้จะเป็นผู้กระทำผิดคดีเดียวกันแต่ไม่ได้หมายความว่าหากโอนคดีแล้วต้องโอนไปทุกคน ย้ำว่าขั้นตอนทางจิตวิทยาสามารถประเมินได้

  

อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการประเมินผลมีส่วนสำคัญกับวิเคราะห์หาต้นเหตุ สอบถามความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และมีคำถามที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดว่ายังเป็นเด็กหรือเยาวชนอยู่หรือไม่ เพื่อกระบวนการแก้ไขตรงจุด หากไม่สามารถวิเคราะห์หาต้นเหตุได้สุดท้ายก็จะไม่ได้รับการแก้ไข ในส่วนของกรมพินิจฯมีโปรแกรมดูแลเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวที่ต้องสร้างโปรแกรมเฉพาะทาง แม้จะไม่ได้แก้ไขพฤติกรรมได้ 100 % แต่จะช่วยลดโอกาสที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำผิด การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนคงไม่สามารถมองเป็นเรื่องขาว หรือดำได้เพียงอย่างเดียว ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น เชื่อว่ามีส่วนหนึ่งมากระแสโซเซียล เพราะจากสถิติเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพินิจฯไม่ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการกระทำผิดคดียาเสพติด ส่วนคดีอุกฉกรรจ์ มากที่สุดคือคดีทำร้ายร่างกาย รองลงมาคือพยายามฆ่า