ตำรวจเร่งตามล่า"อาตูร์" ชายต้องสงสัยฆ่าหั่นศพชายชาวสเปน สตม.พบข้อมูลผู้ต้องสงสัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด เชื่อยังกบดานอยู่ในไทยหรือตจว.
พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสบ.10 หัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพนายเดวิด เบอร์นาด วัย 40 ปี สัญชาติสเปน ที่ปรึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งว่า เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้าย จากการสืบสวนสอบสวนพบผู้ต้องสงสัยชื่อ นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งรู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่ไม่ใช่เชิงชู้สาว
โดยตำรวจตรวจสอบพบเส้นทางการเงินจากบัญชีนายเดวิด ที่ธนาคารในประเทศสิงคโปร์ ถูกโอนไปเข้าบัญชีของนายอาเธอร์ 2 ครั้ง คิดเป็นเงินไทย กว่า 37 ล้านบาท และมีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มธนาคารต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดย ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. เวลาประมาณ 16.00น. พบว่า นายอาตูร์ ได้กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ที่อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย สาขาสุวินทวงศ์
พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากเบาะแสล่าสุดพบว่า นายอาตูร์กับหญิงสาวรายหนึ่ง เดินทางหลบหนีด้วยรถกระบะอีซูซุสีดำ ส่วนจะหลบหนีไปเส้นทางใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เชื่อว่ายังอยู่ในไทย ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากการที่คนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทย และสิงคโปร์เห็นความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20 ล้านบาท
"ตำรวจได้ตั้งชุดสืบสวนแกะรอยตามหาสถานที่ 5 จุดสำคัญ คือ จุดลักพาตัว จุดกักขัง จุดฆ่า จุดชำแหละ และจุดทิ้งศพ ส่วนกลุ่มคนร้าย เชื่อว่ามีมากกว่า 2 คน แต่ไม่ถึง 10 คน เพราะต้องแบ่งงานกันทำในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การนำตัวนายเดวิดไปทรมาน ขู่เข็ญเอาทรัพย์ การกดเงิน การฆ่า ชำแหละ และทิ้งศพ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวสเปน และมีคนไทยเกี่ยวข้องในบางขั้นตอน เช่น การขับรถ การถอนเงิน และการเดินเรื่องต่างๆ ส่วนจะมีแก๊งมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลชาวอิตาเลียนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น หากพบความเชื่อมโยงก็จะดำเนินคดีทั้งหมด"พล.ต.อ.ปัญญา กล่าว
ส่วนกรณีที่เมื่อคืนนี้ตำรวจได้เชิญตัวหญิงสาวรายหนึ่งมาสอบปากคำ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ทุกคนให้ความสนใจ และก็มีผู้มาแสดงตัวยืนยันความบริสุทธิ์และแจ้งเบาะแสหลายราย ซึ่งก็ได้เบาะแสที่มีความสำคัญต่อคดีในระดับหนึ่ง ส่วนการตั้งกรอบเวลาว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ภายใน 48 ชั่วโมง เชื่อว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ตำรวจมีจะสามารถออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ มั่นใจว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้โดยเร็วที่สุด
ด้านพล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า นายอาตูร์ แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนใด แต่จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเข้ามาในไทย 13 ครั้ง ครั้งล่าสุดเข้ามาช่วงปลายปี 2558 และวีซ่าหมดอายุ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ดังนั้นนายอาเธอร์ จึงมีความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด จึงขอให้ประชาชนที่พบเบาะแส สามารถแจ้งให้ตำรวจเข้าจับกุมได้ทันที
เร่งติดตามสาวกลางคืนที่ผู้ตายชาวสเปนใช้บริการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพโยนทิ้งชิ้นส่วนลงในแม่น้ำเจ้าพระยา นำไปสู่การขยายผลจนทราบว่าผู้ตายคือ นายเดวิด บาเนท นักธุรกิจชาวสเปน ล่าสุดชุดสืบสวนสน.ลุมพินี ร่วมตรวจค้นพยานหลักฐานเพิ่มเติมในห้องพักของผู้ตายย่านสุขุมวิท แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ตายได้มีพฤติกรรมชื่นชอบเที่ยวสถานบริการย่านพัฒน์พงษ์ นานา และย่านสุขุมวิท แล้วมักชักชวนหญิงบริการมาหลับนอนที่ห้องพักเป็นประจำ
โดยในคืนวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา มีพยานพบเห็นว่าผู้ตายได้นำสาวทำงานกลางคืนขึ้นห้องพัก 2 คน จากนั้นหญิงสาวทั้ง 2 ราย ได้วิ่งหนีโวยวายออกมาจากห้องผู้ตาย ก่อนที่ผู้ตายจะออกจากห้องพักแล้วไม่กลับมาอีกเลย
พ.ต.อ.เดชา พรมสุวรรณ์ พงส.ผทค.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ตอนนี้ชุดสืบสวนสน.ลุมพินีได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่พบหญิงสาวลักษณะทำงานกลางคืนปรากฏในกล้องวงจรปิดของคอนโดหรูย่านสุขุมวิท จึงทราบรูปพรรณของหญิงคนดังกล่าวที่ผู้ตายได้เรียกมาคืนสุดท้ายก่อนหายตัวไป จึงได้เร่งติดตามหญิงสาวที่อยู่ในกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำ โดยไล่เช็คกล้องวงจรปิดในซ.สุขุมวิท 8 ซึ่งเป็นซอยคอนโดที่พักของผู้ตาย ซึ่งคาดว่าสาวทำงานกลางคืนคนดังกล่าว น่าจะอยู่้ในพื้นที่สุขุมวิท และนานา
เชิญสาวไทยในวงจรปิดร่วมกับผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพสอบปากคำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ืตำรวจชุดคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพชายชาวสเปน ได้เชิญ น.ส.ปราณี หญิงชาวไทยซึ่งทำงานกลางคืน ที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเดินอยู่กับ นายอาร์ตูร์ เซกราร่า (mr.Artur Princep Segarra) ชาวสเปน ผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และชายรูปร่างใหญ่ลักษณะคล้ายชาวต่างชาติอีกคน ที่ย่านสุขุมวิทซอย 4 มาสอบสวนแล้วตั้งแต่ช่วงค่ำคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โดยผู้หญิงคนนี้ยอมรับว่า รู้จักกับนายอาร์ตูร์ เพราะเป็นเพื่อนกับน.ส.ปริศนา วัย 21 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวชาวไทยของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถติดต่อน.ส.ปริศนา ได้ โดยต้องการแจ้งให้ทราบว่ามารดาที่ จ.สุรินทร์ ป่วยหนัก
น.ส.ปราณี ให้การกับตำรวจด้วยว่าน.ส.ปริศนา เคยพักอาศัยที่ห้องเลขที่ 168 ชั้น 7 ตึกบี คอนโดมิเนี่ยมพีวี ย่าน ถ.พระราม 9 ชุดสืบสวน จึงไปตรวจสอบที่คอนโดมิเนี่ยมแห่งนี้ พบว่า น.ส.ปริศนา และนายอาร์ตูร์ ย้ายออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา มีรถกระบะอีซูซุ สีดำเข้ามาคนของออกจากห้องที่ น.ส.ปริศนา และนายอาร์ตูร์ เคยพัก ตำรวจจึงติดตามผู้ครอบครองรถกระบะคันนี้ พบว่าเป็นรถรับจ้างขนของอยู่ในย่านคอนโดมิเนี่ยมพีวี จึงได้สอบถามข้อมูลทราบว่า ได้รับว่าจากน.ส.ปริศนา ให้ขนของไปส่งที่แฟลตแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบภายในแฟลตดังกล่าว พบว่ามีข้าวของสัมภาระของทั้งสองคนอยู่จริง แต่ไม่พบตัว ซึ่งสอบถามผู้ดูแลอาคารทราบว่า ทั้งสองได้ออกจากแฟลตดังกล่าวไปโดยใช้รถกระบะสีบรอนด์เงิน ยังไม่กลับเข้ามาในแฟลตดังกล่าว
ทั้งนี้ ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ โดยพบว่าเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมาไปทำธุรกรรมทางการเงิน โดยการตรวจสอบยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาอโศก-ดินแดง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีการโอนเงินจากบัญชีผู้ตายเข้ามายังบัญชีของผู้ต้องสงสัยรายนี้
ส่วนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายอาร์ตูร์ ไปทำธุรกรรมทางการเงินที่เคาร์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย สาขาวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และยังพบภาพขณะนายอาร์ตูร์ ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีน.ส.ปริศนา ซ้อนท้าย ที่ย่าน ถ.พระราม 9 โดยตำรวจยังคงเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะอยู่ในกทม.หรือจังหวัดใกล้เคียง





