วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กต.ส่งรายงาน'สิทธิมนุษชนไทย'ให้ยูเอ็น5ก.พ.

“กต.”ส่งรายงาน “สิทธิมนุษชนไทย” ให้ยูเอ็น5ก.พ. ระบุ 7 ประเด็นความคืบหน้า ย้ำคนไทยมีสิทธิแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์

รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่2ก.พ. ที่ผ่านมา ครม.ให้ความเห็นชอบต่อร่างรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ตามกลไกUniversal Periodic Review(UPR) และอนุมัติให้กต.รายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชอาร์ซี (UNHRC) ภายในวันที่5ก.พ.2559โดยอนุญาตให้กต.พิจารณาปรับถ้อยคำในร่างรายงานภาษาอังกฤษให้มีจำนวนคำตามที่เอชอาร์ซีกำหนดคือ ไม่เกิน10,700คำ โดยไม่กระทบต่อสาระของร่างรายงาน พร้อมกันนี้ครม.ยังมีมติรับทราบความคืบหน้าของการจัดทำรายงานฯและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันประเด็นคั่งค้างให้แล้วเสร็จก่อนการนำเสนอรายงานในเดือนพ.ค.2559

โดย กต.ได้รายงานในที่ประชุมครม.ว่า เอชอาร์ซีกำหนดให้ทุกประเทศรวมทั้งไทยจัดทำและเสนอรายงานประเทศตามกลไกลUPRซึ่งสะท้อนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนทุก4ปีครึ่ง ซึ่งประเทศไทยได้จัดส่งและนำเสนอรายงานฯรอบที่1แล้วเมื่อปี2554และ เอชอาร์ซีกำหนดให้ไทยส่งรายงานฯรอบที่2ภายในวันที่5ก.พ.2559และเข้าร่วมเสนอรายงานประเทศในการประชุมคณะทำงานUPRสมัยที่25ซึ่งในส่วนของไทยคาดว่าจะจัดในวันที่11พ.ค.2559ทั้งนี้กต.ได้ยกร่างรายงานฯโดยประมวลจากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการจัดทำรายงานประเทศและการหารือกลุ่มย่อยที่จัดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.–ธ.ค.2558เพื่อหารือเชิงลึกในประเด็นที่ได้รับความสนใจ อาทิ ประเด็นเสรีภาพในการแสดงคิดเห็นและการแสดงออก สิทธิในที่ดินทำกิน สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสิทธิของกลุ่มผู้โยกย้ายถิ่นฐานรวมถึงข้อเสนอแนะที่ไทยได้รับและให้คำมั่นไว้ในรายงานฯ รอบที่ 1 

สำหรับเนื้อหาของร่างรายงานที่กต. จะเขียนในรายงานนั้นในส่วนของพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญภายหลังการนำเสนอรายงานรอบที่1จะประกอบด้วย1.ประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่รับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเท่าเทียมกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ โดยคงหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีระหว่างประเทศ2.กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการจัดให้มีการทำประชามติ3.นโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน4.แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นฉบับที่3มีการทำแผนย่อยตามประเด็น กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงแผนการปฏิบัติ5.กรอบกฎหมาย ที่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม

6.กลไกด้านสิทธิมนุษยชน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)การสนับสนุนงบประมาณและความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สอดคล้องกับหลักการปารีส มีการตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงการที่ไทยได้ผลักดันหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและUPRและบรรจุหลักการสิทธิมนุษยชนในวิสัยทัศน์อาเซียน7.ตราสารระหว่างประเทศ ในการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (UNTOC) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบต่อสตรี (CEDAW) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการฯ

นอกจากนี้ในรายงานยังมีประเด็นที่ประเทศไทยมีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อาทิ การรักษาสมดุลระหว่างสิทธิในที่ดินทำกินกับการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะในกิจการประมงทะเล การปราบปรามการค้ามนุษย์ ส่วนประเด็นที่ถูกจับตามากคือประเด็นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กต.รายงานประเด็นนี้ว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมนั้น รัฐบาลสนับสนุนการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ที่ไม่กระทบต่อความสงบและความปลอดภัย เปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อการปฏิรูปและรัฐธรรมนูญ และรายงานถึงพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และย้ำถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์และวัตถุประสงค์ของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ กต.รายงานว่า กระบวนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ เร่งแก้ปัญหา/จุดอ่อนที่คั่งค้าง โดยสภาปฏิรูปขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจัดทำแผนปฏิบัติการของการปฏิรูป11ด้าน และมีการผลักดันวาระการปฏิรูปให้ต่อเนื่อง โดยผ่านกลไกของยุทธศาสตร์ชาติระยะ20ปี และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ