วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.วิทย์ฯโชว์153ผลงานวิจัยเด่น ถ่ายทอดให้เอสเอ็มอี

ก.วิทย์ฯผนึกพันธมิตรกว่า 19 แห่งโชว์งานวิจัยเด่น 153 ผลงานภายใต้โครงการThailand Tech Show ครั้งที่ 3 หวังกระตุ้นเอสเอ็มอีซื้อไลเซ่นส์

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากนโยบายองรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโต เกิดความมั่งคั่งอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือก้าวผ่านจากประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้นวัตกรรมเป็น ตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ เน้นการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยี สนับสนุนให้เกิดการเพิ่มมูลค่าจากการต่อยอดและใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและเทคโนโลยี

โครงการ Thailand Tech Show ครั้งที่ 3 จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันงานวิจัยที่มีอยู่ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ เหมือนเช่น 2 ครั้งที่ผ่านมามีผู้สนใจยืนขอไลเซ่นส์ 88%ของผลงานทั้งหมดที่นำมาโชว์จำนวน 82ผลงาน โดยผลงานที่ได้รับความสนใจสูงสุด มีผู้สนใจขอไลเซ่นส์ถึง 18 ราย ส่วนในปีนี้มีผลงานวิจัยจำนวน 153 ผลงานมากกว่าปีก่อน2เท่าตัวเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการมากขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งรวมงานวิจัยได้ง่าย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เกษตรและประมง เภสัชภัณฑ์และเครื่องสำอาง เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร อัญมณีและเครื่องประดับ

“ จากผลการตอบรับที่ผ่านมา พบว่า มีภาคเอกชนทั้งหมดตอบรับและให้ความสนใจจองเทคโนโลยีถึง 72 เทคโนโลยี จากทั้งหมด 82 เทคโนโลยี จาก 9 หน่วยงานพันธมิตร มีผู้ลงนามในสัญญาขอรับถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว 2 ราย และอยู่ในขั้นตอนการเจรจา และรอลงนามอีก 28 ราย อยู่ในกระบวนการหารืออีกกว่า 120 ราย คาดว่าในปีนี้มีผู้สนใจทั่วประเทศเข้าชอป 1,000 ราย โดยผลงานทั้งหมดจะนำมาจัดแสดงในงาน Thailand Tech Show ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะจัดงาน Thailand Tech Show ขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น และ จ.สงขลา ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2559 นี้ด้วย”

  สำหรับเงื่อนไขของโครงการฯคือ เมื่อผู้สนใจทำสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีในโครงการแล้ว ชำระเพียงค่าธรรมเนียม 30,000บาท และ Royalty Fee 2% ของยอดขาย โดยสามารถนำค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้วมาหักออกจาก Royalty Fee ได้เต็มจำนวน ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดโครงการ ข้อมูลเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะนำมาแสดงในงานThailand Tech Show รวมถึงข้อมูลในการขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.thailandtechshow.com

"แนวทางที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเอสเอ็มอีคือการใช้นวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ส่งผลต่อการเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวผ่านจากประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง"

สภาอุตฯ-หอการค้า หนุนใช้วิจัยขับเคลื่อนศก.

ด้านนายเชิญพร เต็งอำนวย รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการดำเนินกิจกรรมในโครงการฯ ที่ผ่านมาพบว่ามีเครือข่ายและพันธมิตรที่เป็นหน่วยงานวิจัยจากภาครัฐและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศให้ความสนใจในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้าร่วมโครงการฯ มากขึ้น ส่งผลให้มีเทคโนโลยีที่หลากหลายและจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ ได้ให้ความสนใจและประสงค์ขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีจำนวนรายบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าจากครั้งที่ 1 จาก 12 ราย เป็น 46 ราย โดยให้ความสนใจเทคโนโลยีกลุ่มเภสัชภัณฑ์และเครื่องสำอางสูงที่สุด รองลงมา คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร

"ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการภายใต้โครงการฯ เป็นผลงานวิจัยและเทคโนโลยี ทางด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีการใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการส่งออกต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องการสนับสนุนให้มีการลงทุนในปี 2559 ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยในอนาคต เพื่อก้าวไปสู่การเป็นฐานผลิตใหม่ที่ใช้แรงงานน้อยลง และเน้นการผลิตที่ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ยังถูกจัดให้เป็นอุตสาหกรรมดาวเด่นในปีนี้"

ดร.เดช เฉิดสุวรรณรักษ์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ “การวิจัยและพัฒนา” เป็นประเด็นสำคัญภายใต้ กรอบภารกิจด้านการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และในโอกาสที่ สวทช. ได้จัดโครงการ ขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ SMEs จะได้เรียนรู้ถึงผลงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการและยังสามารถต่อยอดโครงการคูปองนวัตกรรมที่ภาครัฐได้ให้การสนับสนุนในปัจจุบัน

ในส่วนของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้จัดทำโครงการที่สำคัญๆ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสมาชิก อาทิ โครงการคูปองนวัตกรรม โดยเข้าร่วมดำเนินโครงการกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างผู้ประกอบการใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ IDE (Innovation Driven Enterprise) โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นผู้นำและเป็นสื่อกลางในการประสานและวาง IDE Platform โดยการเชื่อมโยง 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ กลุ่มผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และภาคธุรกิจกลุ่มทุนทางการเงินเพื่อสร้างระบบนิเวศของผู้ประกอบการ (IDE Ecosystem) ให้เกิดขึ้น เป็นต้น

หอการค้าไทย ได้จัดตั้ง Thailand SMEs Center by Thai Chamber of Commerce เป็นหน่วยงานรองรับการ ส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสมาชิก โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมและการนำเอางานวิจัยนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วยการให้บริการคำปรึกษาธุรกิจ การบริหารจัดการองค์ความรู้ธุรกิจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกและแก้ไขอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนั้นยังเป็นการ บูรณาการเครือข่ายหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมเอสเอ็มอีแบบครบวงจร เพื่อให้สามารถพัฒนากิจการให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต