7 สนช. อาสาซักกรธ. ปมร่างรธน. มั่นใจทำกม.ลูกเสร็จทันแน่ ปัดประชุมนอกสถานที่เหตุติดขัดขั้นตอนพิจารณากม. ตีตก
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช. ) แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมวิปสนช.ได้พิจารณาถึงการประชุมร่วมระหว่างสนช.สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อรับฟังการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในวันที่ 3 ก.พ. ซึ่งมีสมาชิกสนช.แสดงเจตจำนงเพื่อร่วมซักถามต่อกรธ.จำนวนทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วย ตน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล และ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ โดยเนื้อหาของคำถาม อาทิ ที่มาส.ส.ว่าเหตุใดถึงใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ที่มาของส.ว. และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ทั้งนี้ สนช.ไม่ได้กำหนดเวลาซักถาม จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกซักถามอย่างเต็มที่แม้จะมีประเด็นซ้ำยังให้สิทธิถาม ได้ ส่วนการประชุมสนช.วันที่ 5 ก.พ.นี้จะเป็นการเปิดให้สมาชิกแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่เพื่อรวบรวมความเห็นของสนช.ก่อน ส่งกลับไปให้ กรธ.เพื่อเป็นความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป
นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้ชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบเกี่ยวกับการทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ ที่มีเวลาจำกัดเพียง 2 เดือน ต้องทำให้เรียบร้อย โดยสนช. ต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งนายพรเพชร ต้องการให้สมาชิกสนช. เป็นกรรมาธิการเพียงคนละ 1 คณะเพื่อให้มีเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเต็มที่ ส่วนความเห็นที่จะเช่าโรงแรมหรือประชุมนอกสถานที่เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายคง ไม่สามารถทำได้
เนื่องจากมีกระบวนการในการพิจารณากฎหมาย อาทิ การแปรญัตติ การสงวนความเห็นของกรรมาธิการ และการเชิญผู้มาชี้แจง ซึ่งต้องทำในที่รัฐสภา แต่เชื่อว่า กรธ.จะทยอยส่งร่างกฎหมายมาให้สนช. พิจารณา โดยยืนยันว่า กรธ. ส่งร่างมาเมื่อใด ส่งมาช้าหรือเร็วต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลากำหนด ซึ่งเชื่อว่าคงไม่ช้าเพราะกรธ. จะนำกฎหมายลูกฉบับที่มีอยู่ปัจจุบันมาปรับใช้ โดยไม่ต้องยกร่างขึ้นมาใหม่ จะทำให้เวลาการทำงานเร็วขึ้น
ด้าน นายยุทธนา ทัพเจริญ วิปสนช. กล่าวถึงกรณีที่ทาง กกต.ได้ส่งร่างประกาศหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติมา ให้สนช.พิจารณาว่า ที่ประชุมวิป สนช.ยังเห็นว่า ร่างดังกล่าวยังมีความไม่ถูกต้องอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของข้อสรุปในการทำประชามติที่ยังไม่มีรายละเอียดเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนประชาชนที่มาลงมติทั้งสิ้นกี่คน เห็นด้วยกี่คน และไม่เห็นด้วยกี่คน
อีกทั้งสรุปว่ามีประชาชนเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ และการที่จะให้รัฐบาลนำไปตีความเองนั้นไม่ถูกต้อง เพราะหากรัฐบาลตีความผิดขึ้นมาก็จะกลายเป็นปัญหาอีก ทั้งนี้ สนช.มีอำนาจเพียงแค่เห็นชอบหรือไม่กับร่างที่ กกต.เสนอมาเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเราเห็นว่ามีข้อไม่ถูกต้องก็ต้องนำกลับไปให้ทาง กกต.เนื่องจากยังพอมีเวลาจนกว่าร่างรัฐธรรมนูญจะประกาศใช้





