วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ 'ใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์'

อารมณ์ของนายกฯ ความเห็นและสารพัดคำถามจากสื่อมวลชนเป็นแน่แท้ ขอฝากลมฝากฟ้าไปถึงหน.คสช. จะทำการใดๆของให้ใจเย็นๆไว้

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการทำนายทายทักแล้วว่า หลังจากที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ แถลงร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตราเสร็จสิ้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ต้องอารมณ์บูดกับสารพันความเห็นและสารพัดคำถามจากสื่อมวลชนเป็นแน่แท้ 

ภาวะ Good Guy ที่"บิ๊กตู่"รับปากผู้สื่อข่าว ทำเนียบรัฐบาลว่าจะปรับอารมณ์และคำตอบที่ฉุนเฉียวยามที่โดนไล่สอบถามเรื่องที่ไม่อยู่ในภาวะการชี้แจง แต่ด้วยหน้าที่สื่อมวลชนนั้น ทำให้อดไม่ได้ว่า คำถามร้อนๆในแต่ละวันนั้น ทำให้ผู้สื่อข่าวละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แม้อาจจะรู้ล่วงหน้าว่าบิ๊กตู่จะอยู่ในภาวะ”อารมณ์ไม่ดีล่วงหน้า”

ว่ากันด้วยเรื่องของ “อารมณ์” กับ “สาระ” ยามที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติแบบนี้ เพราะนับตั้งแต่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศเมื่อ 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน คสช.กำลังขับเคลื่อนงานปฏิรูปผ่านแม่น้ำทุกสายตามโรดแมพ 3 ระยะ และปัจจุบันกำลังเดินอยู่ในระยะที่ 2 ควบคู่ไปกับการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ เพื่อนำไปสู่โรดแมพระยะที่ 3 คือ “การเลือกตั้ง” ตามที่รับปากเอาไว้กับเลขาธิการสหประชาชาติและคนไทยทั้งชาติ เพื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามารับไม้งานปฏิรูปที่วางไว้

แต่ตลอดระยะเวลาเรื่อยมาบ่อยครั้งที่เราจะได้เห็น “อารมณ์” ของพลเอกประยุทธ์ ที่มีมากเสียจนบางครั้งกลบ “สาระ” ของเรื่องที่ต้องการจะสื่อสาร โดยเฉพาะการปะทะคารมกับผู้สื่อข่าวที่เกิดขึ้นบ่อยจนสังคมเห็นเป็นจนชินตา

และจนถึงวันที่ "ร่างรัฐธรรมนูญ" ฉบับ"มีชัย" ร่างแรก เปิดเผยต่อสาธารณชน ก็เหมือนการเตรียมก้าวขาเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง แต่ทว่ามีเสียงตอบรับแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญร่างนี้ไปต่างๆนานาๆ ถาโถมตอบกลับไปยังแม่น้ำสาย “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ฉับพลันและรุนแรง โดยเฉพาะกระแสวิจารณ์จาก “นักการเมือง” ที่บางส่วนออกมาชน ไม่ยอมรับและตำหนิติติงชนิดที่ผลักไสให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอสูรกายที่ดุร้ายของประเทศนี้ ด้วยคำว่า "ไม่เป็นประชาธิปไตย" 

หากจะมองเรื่องนี้แบบง่ายๆเลยนั้น ต้องย้อนไปดูบรรยากาศของการร่างรัฐธรรมนูญยุคก่อนๆ ที่ไม่ใช่แค่ในยุคคสช. เพราะการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ละยุค บรรยากาศไม่ค่อยแตกต่างกัน เพราะแต่ละครั้งที่มีการเขียนกฎหมายหลักของบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ครั้งใด เสียงวิจารณ์แรงๆแบบนี้ที่มาจาก “นักการเมือง-นักวิชาการที่ไม่กลัว” มักจะออกมาเป็นด่านหน้าด่านแรกชนกับคนร่างฯก่อนกลุ่มคนอาชีพอื่นๆ

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นกัน "นักการเมือง" ยังคงออกมากระตุกหนวดเสือแบบแรงๆ ให้รู้ว่าไม่ชอบ-ไม่ยอมรับ ไม่อยากใช้กติกานี้หรือแม้แต่บางคนมองไปล่วงหน้าแบบไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าพรรคใหญ่บางพรรคอาจจะประกาศไม่ลงเลือกตั้งในปี2560

หากเป็นแบบนั้นจริง คนที่ยิ้มหวานคือคสช.และขั้วตรงข้ามพรรคใหญ่พรรคนั้น เพราะไร้คู่แข่งและเข้ากับคอนเซ็ปต์รัฐธรรมนูญฉบับปราบคนโกงไปโดยฉับพลัน แต่เมื่อไล่ดูข้อเท็จจริงในยามนี้ ชัดเจนเลยว่าทุกพรรคค้านกฎหมายหลักฉบับนี้ แต่ไม่เคยพูดให้ได้ยินว่าจะคว่ำบาตรการเลือกตั้ง

แต่ไม่ว่าจะมามุมใด บิ๊กตู่ก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ แม้จะหงุดหงิดเพียงใด เห็นชัดๆอาการน็อตหลุดตอนเช้าก่อนเข้าประชุมครม.แต่ตกช่วงบ่าย บิ๊กตู่ก็ปรับอารมณ์ใหม่โดยพลัน 

"ในส่วนของผมในฐานะที่ต้องรับผิดชอบในภาพรวมได้สั่งการว่าเรื่องทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ โรดแมปว่าอย่างไรก็จะว่าไปตามนั้น คือมีการเลือกตั้งในปี 2560 และกระบวนการเลือกตั้งผมก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิมคือเดือนก.ค. 2560 อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในกระบวนการเลือกตั้งให้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาถามผมอีกว่าจะอย่างไร ผมยังยืนยันก.ค. 60 เริ่มกระบวนการเลือกตั้ง หรือจะเลือกตั้งได้เร็วก็เร็ว เพราะหลังรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะมีกระบวนการอีกเยอะแยะ 3-4 อย่างก็ไปทำให้เร็วขึ้น เดือน ก.ค. ต้องเริ่มเลือกตั้งให้ได้ และกว่าจะได้รัฐบาลมาก็อีก 1-2 เดือนมิใช่หรือ ต้องมีการประชุมสภา ซึ่งก็ต้องดูในรายละเอียดกันอีก คงไม่ใช่เรื่องกฎหมายลูกอย่างเดียว ผมไม่เคยพูดเป็นอย่างอื่นเลย ยังยืนยันว่าเป็น ก.ค. 60 เหมือนเดิม" 

ต้องคอยดูว่า จากนี้ไปบิ๊กตู่จะมีภาวะทางอารมณ์แบบนี้อีกหรือไม่ จึงขอฝากลมฝากฟ้าไปถึงบิ๊กตู่ว่า จะทำการใดๆของให้ใจเย็นๆไว้