วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.เล็งตั้ง 4 ตัวแทนซักรายละเอียดกรธ. ห่วงลดสิทธิ เสรีภาพ

"สปท."เตรียมความพร้อมตั้ง 4 ตัวแทนซักรายละเอียดกรธ.ขณะที่"คำนูณ"ห่วงประเด็นสิทธิ-เสรีภาพที่ปรับใหม่ลดสิทธิ-เสรีภาพ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เป็นประธานการประชุมกรธ.เพื่อพิจารณาต่อแนวทางการชี้แจงและทำความเข้าใจต่อภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็น โดยในวันที่ 3 ก.พ.นี้กรธ.ได้เป็นเจ้าภาพเชิญสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ารับฟังคำชี้แจงต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมตอบข้อซักถามของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม   

โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.)  ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมว่า สปท. กำหนดให้มีตัวแทนสปท.เพื่อซักถามจำนวน  4 คน ได้แก่ นายเสรี สุวรรณภานนท์, นางนินนาท ชลิตานนท์, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร และ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ  ซึ่งในวันที่ 2 ก.พ. นี้ จะมีสมาชิกสปท. ที่ต้องการซักถามส่งคำถามมายังคณะทำงาน และคณะทำงานจะพิจารณาถึงแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ต้องประสานไปยังสนช. และ กรธ. ด้วยเพื่อพิจารณาในส่วนของเวลา อย่างไรก็ตามการประชุมเพื่อชี้แจงต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น คงไม่ใช่เป็นการประชุมเพื่อให้ความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย                

มีหลายประเด็นที่ต้องการให้กรธ.ชี้แจงให้ชัดเจนโดยความเห็นส่วนตัวมองว่าภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ป้องกันการทุจริต เพราะมีกระบวนการป้องกันคนทุจริตเข้ามาสู่ตำแหน่งทางการเมืองแต่มีหลายประเด็นที่กรธ.ต้องชี้แจงโดยเฉพาะการปรับรูปแบบการเขียนเนื้อหาในหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ที่แม้กรธ.จะอธิบายว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพทุกประการหากไม่ถูกกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญจำกัดแต่สิ่งที่ภาคประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจนคือ การเขียนแบบนั้นจะทำให้สิทธิ และเสรีภาพของประชาชนลดลงกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 หรือไม่ และที่สำคัญผมมองว่าประเด็นนี้กรธ.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะภาคประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญต่อการออกเสียงประชามติ                

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. คนที่ 1 กล่าวว่า ในวันที่ 8-9 ก.พ. นี้ สปท.จะเปิดประชุมเพื่อทำความเห็นให้กับกรธ. ต่อประเด็นการปฏิรูปที่จะให้เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวมองว่าสิ่งที่สำคัญต้องบัญญัติไว้คือ การปฏิรูปกับยุทธศาสตร์ชาติ เพราะตนมองว่าทั้ง 2 ประเด็นต้องทำให้ควบคู่กัน เบื้องต้นกลไกการปฏิรูปนั้นควรออกเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปเพื่อสร้างกลไกกรปฏิรูปที่ต่อเนื่อง               

นายจุมพล สุขมั่น เลขานุการกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปท.ฐานะอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงมาตรการปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือกฎหมายที่สร้างภาระต่อประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางที่กรธ.ต้องการให้ดำเนินงาน ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะก่อนหน้านั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยออกเป็นคำสั่งเวียนไปยังกระทรวง ทบวง กรม ให้พิจารณาและปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระเกินจำเป็น  ซึ่งล่าสุดทราบว่าการดำเนิงานดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามเพื่อให้แก้ปัญหาตนมองว่าควรให้องค์กรที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เป็นหน่วยงานกลางที่จะติดตามหรือดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพดีกว่าจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหา

        

_