“พล.อ.อักษรา” เผยลงนามตั้งกรอบเดินหน้าพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ
พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวขอบคุณ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต. ศชต.ทุกส่วนราชการ รวมทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันดูแลสถานการณ์ ร่วมกันดูแลท้องที่ชุมชนของตนเอง จนทำให้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในทุกด้าน ขณะที่ผู้นำศาสนา นักวิชาการ สื่อสารมวลชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ต่างตื่นตัวแสดงออกต่อการมีส่วนร่วมตามความต้องการของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาร่วมกันส่งผ่านไปยังทุกกลุ่ม ทุกพวก ทุกฝ่าย ในอันที่จะนำสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่ จชต.โดยสันติวิธีภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามเหมือนดังอดีตที่เคยเป็นมา
พล.อ.อักษรา ระบุว่า ตนเองได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มาช่วยในมิติด้านอุดมการณ์หรือความพยายามหาทางออกจากความขัดแย้งในแนวทางสันติวิธีร่วมกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเท่านั้น และผลจากการพูดคุยในห้วงเวลาที่ผ่านมาพบว่า คณะพูดคุยฯได้รับความร่วมมืออย่างดีจากฝ่ายมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยการความสะดวก และกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ขณะนี้ยังอยู่ในระยะของการสร้างความไว้วางใจ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏชัดขณะนี้คือ ทุกฝ่ายแสดงออกถึงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสร้างสันติสุข ซึ่งต้องมีการกำหนดวิธีการที่เหมาะสมร่วมกันต่อไป ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 25-28 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานทางเทคนิคร่วมได้เดินทางไปประชุมหารือในการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงร่วมด้านธุรการและการสนับสนุน อันเป็นเสมือนกรอบกติกาหรือคำแนะนำทั่วไปสำหรับใช้ในการพูดคุย ที่สำคัญได้แก่ การกำหนดชื่อเรียกต่างๆ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การอำนวยความสะดวกตามกระบวนการยุติธรรม และด้านธุรการและการสนับสนุน ซึ่งคณะพูดคุยฯ จะได้รวบรวมรายงานขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ส่วนที่พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องคล้ายจรวดในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น ตามภาพหลักฐานที่ปรากฏจากสื่อมวลชนนั้น ในส่วนรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับวัตถุระเบิดที่ตรวจพบ จำเป็นต้องรอการยืนยันจากหน่วยพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ให้แน่ชัดก่อนที่จะให้ความเห็นใดๆ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือนใช้ประโยชน์ได้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องให้ความระมัดระวัง และนอกจากนี้ในทัศนะสากลของการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ นั้น ทุกฝ่ายจำเป็นต้องมีความจริงใจก้าวข้ามอดีตบางช่วงบางตอนที่ผ่านมา รวมตลอดถึงการก้าวข้ามความพยายามแสดงศักยภาพของแต่ละกลุ่มในห้วงการพูดคุยด้วย เพื่อร่วมกันมุ่งแสวงหาทางออกโดยสันติวิธีสู่อนาคตที่ดีกว่า





