วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กต.เผยไทยมีความความพร้อมอาเซียน

"รองปลัดกต."เผยไทยมีความความพร้อมอาเซียน ทั้ง 3 เสา 97.96% ระบุเหลือเสาเศรษฐกิจที่ต้องออกกฎหมายเพิ่ม

นายวิทวัส ศรีวิหค รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันนี้ส่วนราชการมารายงานสรุปความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทยที่เริ่มเข้ามาตั้งแต่1ม.ค.ที่ผ่านมา เรียนว่าอาเซียนเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นกระบวนการที่มีพัฒนามาเป็นลำดับ ดังนั้นการเข้าประชาคมฯที่ผ่านมาจึงได้เป็นเหตุให้ไม่เกิดความประหลาดใจเหมือนกับที่เราเดินเข้าห้องมืดแล้วมีแสงสว่างพรึ่บ แต่ไฟจะเริ่มสว่างตามกำหนดการ แต่ความพร้อมของทั้ง3เสาหลัก คือ เสาการเมือง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมวัฒนธรรม10ประเทศ ก็มีการทำการบ้านพอสมควรโดยในที่ประชุมตนนำเรียนว่าทั้ง3เสา เรามีความพร้อมที่ปฏิบัติตามแผนงาน97.96 %ซึ่งความพร้อมของเราที่ทำตามแผนใกล้เคียง100%คือ เสาการเมืองพร้อม100%เสาสังคมพร้อม100%และเสาเศรษฐกิจพร้อม97.3% 

นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ในส่วนของเสาการเมือง มีการเตรียมเรื่องนโยบาย เอกสารยุทธศาสตร์การดำเนินการโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช ) กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) และหน่วยงานกลุ่มงานความมั่นคง ที่รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการชายแดน การค้ามนุษย์การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีคณะกรรมการะดับชาติทำงานต่อเนื่อง ซึ่งความพร้อมของเสาการเมืองมีความพร้อมก่อนวันที่1ม.ค. โดยมีการดำเนินการตามรายการต่างๆของสำนักเลขาธิการอาเซียนครบ100%แต่ไส้ในยังมีเรื่องที่จะต้องสานต่อต่อไป ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเหล่านี้ทำสำเร็จ100%อย่างไรก็ตามปัญหาอุปสรรคของเสาการเมืองนั้น คือเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงภัยคุกคาม มีความมั่นคงระหว่างประเทศและภูมิภาค ที่คาดว่าการรับมือในโลกปัจจุบันจะยากขึ้น อาทิ เหตุผู้ก่อการร้าย เช่น เหตุวางระเบิดที่จาร์กาต้า ที่สถานการณ์แบบนี้เป็นรูปแบบใหม่ และแม้ว่าประเทศ10ประเทศ จะรวมเป็นประชาคม แต่ปัญหาเส้นเขตแดนยังอยู่กับเราและต้องเจรจาแก้ไขต่อไป 

"การรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ขบวนการไอเอสก็เป็นรูปแบบใหม่ รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาดข้ามชายแดน อาชญากรรมข้ามชาติ สินค้าและบริการมีทั้งมืดและสว่าง ที่ต้องหาทางป้องกัน ที่ต้องมีการทูตเชิงป้องกันต้องกระชับให้เครื่องมือนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นว่าจะร่วมกันอย่างไรในการป้องกันร่วมกัน ก่อนที่มันจะลุกลาม”รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ 

นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ส่วนเสาประชาคมและวัฒนธรรมก็สำเร็จตามแผนงาน100%ในทางนโยบายเช่น เรื่องแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน สวัสดิการสังคม การจัดการขยะและของเสีย ความหลากหลายทางชีวะภาพ การค้าสัตว์ ที่ทำครบ แต่ยังจะต้องทำไส้ในที่ต้องสานต่อให้เข้มแข็งส่วนเสาเศรษฐกิจสำเร็จแล้ว97.3%ในเรื่องการบริการ การค้าชายแดน การส่งเสริมไมโครเอสเอ็มอี เศรษฐกิจดิจิตัล การทำให้ไทยมีความเชื่อมโยง การเกษตรและอำนวยความสะดวกเรื่องการค้าการลงทุน และที่ต้องสานต่อจะต้องดำเนินการต่อแบบเข้มข้นยิ่งขึ้น ได้แก่เรื่องที่จะต้องทำคือ เรื่องการลงนามให้สัตยาบรรณข้อตกลงต่างๆที่คั่งค้าง เช่น การขนส่งสินค้าผ่านแดน ความตกลงยอมรับร่วมเรื่องอาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์อาเซียน ฯ

"แต่ทั้ง3เสา ยังมีความซ้ำซ้อนของกลไกการทำงานที่ยังคาบเกี่ยวกันทั้ง3เสา ซึ่งในแง่ของกลไกต้องหาเจ้าภาพหรือเจ้าภาพร่วมทำงานร่วมกันทั้ง3เสา เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้วยการบูรณาการงานและงบประมาณบางส่วน”รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว  

นายวิทวัส กล่าวอีกว่านอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สรุปเรื่องเร่งด่วน7ข้อที่ต้องทำเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเสาสังคมว่า ไม่สำคัญยิ่งหย่อนกว่าเสาอื่น เพราะประชาชนยังคิดว่าประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเกี่ยวข้องกับประชากรทั้ง600กว่าล้านคน ที่ทำยังไงจะให้มีอัตลักษณ์ร่วมกันในการรู้จักเพื่อนบ้านข้ามแดน ที่จะต้องใช้เวลา ร่วมของภาษาการสื่อสารที่ใช้ภาษาอังกฤษที่ยังมีความเข้มและอ่อนต่างกัน และเรื่องแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานส่วนความคืบหน้าด้านกฎหมาย ที่ประชุมสอบถามว่าขณะที่มีกฎบัตรอาเซียน ที่เป็นประชาคมที่อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติรัฐนิติธรรม ประเทศทั้งหลายต้องนำไปอนุวัติเป็นกฎหมายภายใน เพื่อทำตามพันธะของอาเซียน โดยประเทศไทยมีกฎหมายที่ให้สัตยาบรรณออกเป็นกฎหมายลูก ทั้งเสาการเมืองและสังคมออกครบแล้ว ส่วนเสาเศรษฐกิจเหลืออีก5ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ร่างพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณะสุขเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการจัดทำรายงานการผิดปกติของเครื่องมือแพทย์ ร่างกฎกระทรวงวิธีการแก้ไขและขออนุญาตใบอนุญาตการจับสัตว์น้ำ ร่างระเบียบกรมประมงในการแจ้งข้อมูลการแจ้งอาชีพ และยังมีกฎหมายที่เพิ่มขีดการแข่งขันอีก26ฉบับที่จะต้องดำเนินการให้เร็ว ภายในรัฐบาลนี้ 

“เท่าที่ฟังจากการประชุมท่านนายกมีความจริงจังมากเรื่องเหล่านี้จะต้องเร่งให้เห็นผล อะไรที่ค้างในกระบวนการปกติ รัฐบาลนี้เร่งรัดได้ขอให้เร่งรัดทำทันที อะไรที่จะต้องเสนอเข้าสภาเพื่อรับรองในขั้นตอนปกติอาจจะช้าในรัฐบาลก่อนหน้านี้ตามกระบวนการ รัฐบาลชุดนี้สามารถเร่งรัดได้”นายวิทวัส กล่าว

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อไปว่า ส่วนกลไกขับเคลื่อนอาเซียนนั้นมีการกำหนดการมาตรฐานกลาง กำหนดให้มีคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ที่มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นฝ่ายเลขานุการ และรมว.ต่างประเทศ เป็นประธานและจากที่เริ่ม1ม.ค. คณะกรรมการจากนี้จะมีรูปแบบหน้าตาอย่างไรต่อไปเพื่อขับเคลื่อน โดยกระทรวงการต่างประเทศรับไปปรึกษาหน่วยงานอื่นเพื่อนำมาผลักดันให้แต่ละเสาสำเร็จ 

“นายกรัฐมนตรีอยากจะเห็นสิ่งที่คั่งค้างของแต่ละเสามาคลี่แล้วต้องบอกได้ว่าระยะถัดนี้ต่อไป1เดือน3เดือน6เดือนอะไรจะสำเร็จ แก้แล้วหรือยัง ผลจะออกมาอย่างไร ที่จะต้องรับไปทุกหน่วยงานเร่งรัดการขับเคลื่อนให้มีผลสำเร็จต่อไป”นายวิทวัส กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบในการหาหน่วยงานเจ้าภาพของแต่ละเสา เพื่อขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ