ช่วงรอยต่อ แห่งสถานะของคณะคสช. "มีชัย" จะต้องกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล
ความเข้มข้นของการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เพราะได้เข้าสู่เนื้อหาสำคัญ คือ “บทเฉพาะกาล” ที่เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างวาระทางการเมืองของ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ - คณะรัฐบาล” ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ” เข้ากับวาระทางการเมืองใหม่ ที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแทนรัฐบาลคสช.
ดังนั้นในช่วงรอยต่อแห่งสถานะของ คณะคสช. นั้น“มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.” จะต้องกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล
ต่อประเด็นนี้ “ประธาน กรธ.”เผยกรอบความคิดไว้ว่า ว่า “คสช. ต้องอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่การให้อำนาจแก่ คสช. แต่เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ตามการปฏิบัติหน้าที่ของ คสช.ชุดปัจจุบันซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หรือฉบับที่ใช้ปัจจุบัน พอหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและมีผลเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้บังคับถาวร จะทำให้รัฐธรรมนูญที่ใช้ปัจจุบันกลายเป็นของเก่า และไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นเราต้องรองรับไว้ก่อน เหตุผลสำคัญ คือ กระบวนการปฏิรูปยังไม่เสร็จสิ้น หากเกิดอะไรขึ้นมา แล้วเขาไม่มีอำนาจจะหาทางแก้ไขอย่างไร”
แต่ในเนื้อหาของบทเฉพาะกาลที่ “กรธ.” พิจารณาในเบื้องต้น ตามที่ “ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ฐานะโฆษก กรธ.” แถลงต่อสื่อมวลชนหลังจากที่ กรธ. เริ่มพิจารณาในบทเฉพาะกาลนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่า “อำนาจของ คสช.” ที่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่ามีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่นั้นจะถูกวางไว้อย่างไร ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร
โดยสาระที่จับต้องได้ คือ การรองรับอำนาจของหัวหน้าคณะรัฎฐาธิปัตย์” ที่มีอยู่ตามบทบัญญัติมาตรา44ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557นั้นต้องถูกรับรองไว้ต่อไป เพื่อให้เป็นเครื่องมือ ของการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองช่วงการเปลี่ยนผ่าน แต่จนถึงกระนั้น บทที่กำหนดให้อำนาจสูงสุดของ หัวหน้าคสช. ที่มีไว้ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จะสิ้นผลไปเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรบังคับใช้
อย่างไรก็ดีในคำตอบของคำถามที่ว่า เมื่อรับรองอำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา44ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไว้ ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะสร้างหลักประกันอันใดเพื่อไม่ให้การใช้อำนาจนั้นก่อให้เกิดการแทรกแซงการเลือกตั้ง จนกลายเป็นข้อพิพาทที่นำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าการเลือกตั้งรอบใหม่นั้นเกิดความไม่ยุติธรรมเท่ากันทุกกลุ่ม
“โฆษก กรธ.” ได้ให้ความเห็นส่วนตัวว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่คงเขียนให้เป็นการจำกัดการใช้อำนาจไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับผู้ใช้อำนาจ ว่าจะใช้อำนาจในทางใด และภายใต้เงื่อนไขของการใช้อำนาจตามมาตรา44นั้นไม่สามารถยกมาใช้ได้โดยง่าย และยิ่งช่วงเลือกตั้งรอบใหม่แล้วนั้น และเชื่อว่าวิธีปฏิบัติของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่ต้องการเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองไปด้วยความเรียบร้อย ต้องรักษามารยาทอย่างมาก
ดังนั้น จึงกลายเป็นประเด็นที่เกิดความลักลั่นอยู่ไม่น้อยว่าการรับรองอำนาจของ “คสช.” ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะมีกรอบอำนาจอย่างไร และปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าใดภายใต้อำนาจแห่งรัฐธรรมนูญฉบับถาวร
โดยเมื่อกรอบของการใช้อำนาจ ของคสช. ที่ยังไม่ชัดเจน จึงทำให้เกิดความหวาดระแวงต่ออนาคตทางการเมืองไทยไม่น้อยว่า จะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือไม่ เพราะฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารกำลังหาประเด็นเพื่อจ้องทำลายผลงานชิ้นโบว์แดงของ คณะคสช. ที่อาจสอดรับกับบทบัญญัติที่ล่อแหลมในร่างรัฐธรรมนูญ





