นายกฯชี้ต้องสร้างความเข้าใจเรื่อง"อาเซียน"ให้กับประชาชน ย้ำต้องพัฒนาภาษาอังกฤษ เตรียมดันอาเซียนเป็นศูนย์กลางอาหารโลก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่า สำหรับประเทศไทยต้องมีการตั้งอนุกรรมการ 4 ฝ่ายคือ 1.ฝ่ายการเมือง -ความมั่นคง 2.เศรษฐกิจ 3.สังคม -วัฒนธรรม 4.ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมอาเซียน โดยตนให้แนวทางไปว่า งานทั้งหมดต้องสอดคล้องกับกรบริหารประเทศเวลานี้ ซึ่งกลุ่มงานเหล่านี้สอดคล้องกับงานแต่ละกระทรวงที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูว่าอะไรที่เกื้อหนุนกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ในส่วนของงบประมาณก็ใช้ของเดิมที่มีอยู่แล้ว อาจต้องของบกลางบ้างสำหรับเรื่องเร่งด่วน เช่น การจัดทำด่านชายแดนระหว่างประเทศ การพัฒนานวัตกรรม
ในเรื่องของเศรษฐกิจ ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง พูดถึงอะไรที่จะร่วมมือกัน อะไรที่จะเปิดการแข่งขันเสรี อะไรที่จะให้ประชาชนค้าขายอยู่อย่างเดิม เราไม่ได้ต้องการไปเปลี่ยนแปลงเขา แต่ต้องการรวมเศรษฐกิจทั้ง 10 ประเทศให้เป็นเศรษฐกิจเดียว จากนั้นจึงเป็นเรื่องของสังคม วัฒนธรรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากพอสมควร หลายการแสดง หลายศิลวัฒนธรรม เช่นเรื่องรามเกียรติ์ เรื่องกากี มวย ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ความแตกต่างรวมกันได้
"ในสามเดือนแรกอะไรที่สามารถทำได้ใน 3 กลุ่มงานนี้ จะเริ่มทำก่อน อะไรที่อยู่ในแผนงาน การบริหารราชการปกติ ถ้าจำเป็นก็ต้องปรับให้เร็วขึ้น เพื่อส่งเสริมงานตรงนี้ นีเป็นการลดการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาเรื่องหนี้ กลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อน และเราต้องวางแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปีว่าอาเซียนจะเดินอย่างไร เพื่อมุ่งไปสู่แผนการพัฒนาในศตวรรษหน้าตามแผนของสหประชาชาติ ทั้งหมดต้องสอดคล้องกันทั้งยูเอ็น และอาเซียน รวมทั้งการเจรจาตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศ การบริหารราชการในระยะแรกอาจมีความยุ่งยาก เพราะไม่เคยทำกันมา แต่ทุกคนก็พร้อม ตราบใดที่ฝ่ายบริหารมอบนโยบายอย่างชัดเจน ข้าราชการเขาพร้อมอยู่แล้ว"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ ต้องทำให้คนรู้ได้แล้วว่าอาเซียนคืออะไร ไม่ใช่รู้แค่การเปิดอาเซียนคือการใช้ภาษาอังกฤษ นั่นคือเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นเองที่ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนได้ เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง เป็นภาษาราชการ ถ้าพูดภาษาไทยกันทุกประเทศมันก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามคนที่มีการศึกษาดีก็พูดได้ทั้งหมด แต่ละดับล่างจะทำอย่างไรจึงเป็นที่มาของการทำแอพพลิเคชั่นสอนภาษาอังกฤษของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีอะไรที่ยังช้าอยู่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนสั่งให้ไปหาข้อมูลว่าแต่ละประเทศต้องการอะไร เพราะเราต้องเป็นผู้นำในการบูรณาการเพื่อให้เกิดรูปธรรมโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันถึงแต่หลักการ ซึ่งก็ไม่มีความคืบหน้า ทุกประเทศต้องมีการพัฒนาแบบนี้ แต่ประเทศเหล่านั้นก็พัฒนาไปแล้ว มีแต่เราที่ยังมัวขัดแย้งกันอยู่เลยเดินช้า วันนี้ต้องดูทุกกิจกรรมว่าอะไรพร้อมบ้าง ถึงจะไปสร้างให้เกิดความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประชาชนก็ต้องเรียนรู้ว่ามีผลกับเขาอย่างไร หลายคนบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลยประกาศอาเซียนตั้งแต่มกราคม ไม่เห็นจะได้เงิน จะเข้าใจเช่นนี้ไม่ได้ เราต้องสร้างความเข้าใจให้กับพวกเขา
"เราต้องทำให้ภูมิภาคของเรา เป็นผู้นำในเรื่องของอาหาร การแปรรูปอาหาร เกษตร อุตสาหกรรม เพราะอาหารเป็นความจำเป็นของโลก เพราะวันหน้ามีการเปลี่ยนแปลงของ ลม ฟ้า อากาศ มีโรคระบาดต่างๆ หรือสงคราม แต่เราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของใคร ไม่มีการขัดแย้งในอาเซียนในเวลานี้ ดังนั้นเราพร้อมที่จะเป็นแหล่งอาหารของโลกได้ นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมในเรื่องสาธาณสุข รวมถึงการใช้ศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของไทยให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของการคมนาคม ทั้งทางบก เรือ และอากาศ ซึ่งต้องเตรียมการเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน มันถึงต้องมีรถไฟ รถไฟฟ้า นั่นแหละคือการเชื่อมโยงอาเซียน ซึ่งถ้ามองให้ไกลๆวันหน้าเราก็จะเชื่อไปถึงจีน ไปถึงยุโรปนู่น ไม่ใช่มองกันอยู่ตรงนี้ ตรงความขัดแย้ง มองให้มันไกลหน่อย ความขัดแย้งก็ปล่อยให้เขาพูดกันไป"พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ





