กกต.ผุดไอเดีย"ยุทธศาสตร์ดอกไม้ 65 ล้านบานสะพรั่ง" รณรงค์ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มั่นใจดึงประชาชนใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 75-80 %
นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ แถลงว่า ในวันนี้(27ม.ค.)นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. จะลงนาม หนังสือส่งร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณา และมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อสังเกตที่เป็นอุปสรรคต่อการออกเสียงประชามติ อาทิ เกณฑ์จำนวนเสียงที่จะผ่านประชามติ ที่ยังมีความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 รวมทั้งการกระทำผิดในการออกเสียงประชามติที่ไม่มีกฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้ และในการประชุม กกต. วันนี้ ที่ประชุมก็ได้ให้ความเห็นแผนบริหารการออกเสียงประชามติ
โดยจะเป็นการบูรณาการการทำงานของทั้งสำนักงาน กกต.ส่วนกลางและ กกต.จังหวัด ภายใต้ยุทธศาสตร์ "ดอกไม้ 65 ล้านบานสะพรั่ง” ซึ่งจะมีการจัดตั้งศุนย์เตรียมการและประสานงานการออกเสียงประชามติ ที่สำนักงาน กกต. และจะมีการแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วยระยะที่ 1 ระยะตื่นตัวเริ่มตั้งแต่เดือนม.ค.ถึงวันที่ กกต.รับร่างรัฐธรรมนูญจาก คณะรัฐมนตรี โดยจะมีการรณรงค์ปูพื้นสร้างกระแส ให้ประชาชาตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติ
นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า ระยะที่ 2 ระยะติดตาม นับจากวันที่ กกต.รับร่างรัฐธรรมนูญถึงวันที่ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ จะมีการติดตามว่า ร่างรัฐธรรมูญที่มีการเผยแพร่ ประชาชนมีความเข้าใจในเนื้อหาสาระมากน้อยแค่ไหน และระยะที่ 3 ระยะตัดสินใจ คือนับจากวันที่ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียง จนถึงวันออกเสียงประชามติ กกต.จะมีการประชาสัมพันธ์กระบวนการ ขั้นตอน วันเวลา ออกเสียงประชามติ เผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เผยแพร่ข้อห้ามการออกเสียงประชามติและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์
คิดว่าตามแผนการณ์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร เพื่อใช้ในการตัดสินใจออกเสียงประชามติได้เป็นอย่างดี ทำให้การออกเสียงประชามติเป็นได้ความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมกระบวนการและผลการออกเสียงเป็นที่ยอมรับของประชาชน “ยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์ และหลังรับร่างรัฐธรรมนูญก็จะสามรดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆได้เลย โดยตามแผนนี้ คาดการณ์ว่าจากการที่ กกต.พยายามรณรงค์และจากสถาณการณ์ทางการเมือง ประชาชนมีการตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย
รวมถึงรัฐบาลได้วางแผนโร๊ดแมปการเลือกตั้งในปี 2560 ทำให้เชื่อว่า จะสามารถเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75-80”นายธนิศร์ กล่าวและว่า สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการจัดการออกเสียงประชามติ ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ โดยอยู่ระหว่างการให้หน่วยงานสนับสนุน รวบรวมแผนการใช้งบประมาณเสนอมาใช้ชัดเจน รวมถึง กกต.มีนโยบายว่าไม่ให้มีการตั้งงบประมาณที่ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนระหว่างภาระกิจและหน่วยงานด้วย





