เพื่อไทยซัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับ"โกงอำนาจประชาชน" ชี้ไม่ผ่านประชามติ ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการณ์รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการยกร่างรนัฐธรรมนูญ(กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะนำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 มาใช้บังคับ ว่า ควรแก้ปัญหาด้วยเหตุผล มิใช่ด้วยอารมณ์ หากทำเช่นนั้นก็สะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ของคสช. ซึ่งนายมีชัย ก็เป็น 1 ใน คสช. ว่าต้องการสืบทอดอำนาจหรือไม่ เพราะการใช้กติกาดังกล่าวตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนอยู่ขณะนี้ และจะยิ่งประสบกับปัญหาโลกล้อมประเทศกระชับมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านประชามติก็หมายความว่า ประชาชนไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งไม่ยอมรับรัฐบาลนี้ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ตั้งกรธ. จึงควรรีบคืนอำนาจให้ประชาชนและนำรัฐธรรมนูญที่เคยใช้มาระยะหนึ่งมาปรับใช้ เช่น ปี 40 หรือ 50 การที่กรธ.ให้ความสำคัญกับการปราบโกง ปราบการทุจริตคอรัปชั่น ตนเห็นด้วย และไม่กลัวการตรวจสอบ แต่เราเกรง การโกงอำนาจประชาชน มากกว่า ด้วยการกำหนดกติกาที่อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง ประการสำคัญการกำหนดกติกาด้วยระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตรเลือกตั้ง 1 บัตร 1 คน 1 เสียง แต่สามารถเลือกส.ส.ได้ทั้ง 2 ระบบ คือ ทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่มีประเทศใดในโลกนี้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบนี้ นอกจากไทยแลนด์โอนลี่ ซึ่งตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากเพื่อให้คะแนนเสียงกระจัดกระจาย ไปสู่พรรคเล็ก พรรคน้อย
นายชวลิต กล่าวอีกว่า การที่กรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองเสนอบุคคลที่จะป็นนายกรัฐมนตรีมา 3 ชื่อก็เพื่อประโยชน์ในการเลือกนายกรัฐมนตรีจากคนนอกนั่นเอง อันจะทำให้ประเทศของเราไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งไม่มีเสถียรภาพแล้ว เราจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนได้อย่างไร โจทย์ที่สำคัญของประเทศในขณะนี้คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งตรงกับโพลทุกสำนักที่ได้สำรวจความเห็นประชาชนไว้ ทางแก้มีอยู่ประการเดียว คือ การทำกติกาให้เป็นประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญจะต้องกำหนดกติกาให้การเมืองมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง จึงจะได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งในประเทศและประชาคมโลก ประชาคมภูมิภาค
ส่วนการจะตรวจสอบการเมืองอย่างไรนั้น ให้กระทำได้เต็มที่ เพียงแต่ถ่วงดุลให้เหมาะสม และองค์กรที่จะตรวจสอบให้ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยไม่ใช่เป็นอำนาจที่ 4 หรือเป็นซุปเปอร์องค์กรดังที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตนยังหวังที่จะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ ขณะนี้ประเทศไทยเติบโตต่ำสุดใน 10 ประเทศอาเซียน อย่าให้ตกต่ำไปกว่านี้อีกเลย
ชี้กรธ.ตีโจทย์รัฐธรรมนูญผิด
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าไปแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้รองรับว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติเราจะเดินไปต่อได้อย่างไร และจะทำให้ประชาชนไม่สนใจรับฟังเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบในเร็ว ๆ นี้ว่า ไม่รู้ว่าท่านคิดได้อย่างไร ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมาดีจริงและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงจะกลัวอะไร วิธีคิดเช่นนี้ของท่านในแง่หลักทางวิชาการไม่น่าจะถูกต้องและเป็นการเห็นแก่ตัวเสียมากกว่า เพราะถ้าเป็นของดีจริงไม่น่าจะเกรงกลัวว่าประชาชนจะไม่เอาด้วย นี่เท่ากับเป็นการพยายามที่จะปิดกั้นความคิดเห็นต่าง การรับรู้ ให้ได้เกิดการเปรียบเทียบเชิงวิชาการได้และเหมือนกับเป็นการบีบบังคับให้ประชาชนต้องรับฟังในสิ่งที่พวกท่านอยากให้เขาได้ยินได้ฟังเท่านั้นเอง
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า พวกท่านเคยคิดย้อนกลับไปหรือไม่ การที่พวกท่านตั้งโจทย์ว่ารัฐธรรมนูญที่ถูกฉีกทิ้งไปโดยคสช. เป็นตัวสร้างปัญหาให้บ้านเมือง หรือเป็นเพราะเกิดการปฎิวัติยึดอำนาจ จึงต้องมานั่งเขียนขึ้นมาใหม่ และพวกท่านเลยถือโอกาสลดทอนอำนาจฝ่ายบริหาร สิ่งที่พวกท่านคิดกันขึ้นมาเองหรือจินตนาการขึ้นมาว่า เป็นปัญหาของบ้านเมืองเพราะนักการเมืองใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์เข้าพวกพ้อง เพื่อโยนความผิดทั้งหมดให้นักการเมืองนั้น
"ท่านเองก็อาจจะตีโจทย์ผิดเองก็เป็นได้ ทุกวันนี้สังคมไทยถูกปิดหูปิดตามาโดยตลอด และก็ถูกกลุ่มคนเดิม ๆ คิดว่าคนไทยเรายังไม่ฉลาดพอที่จะได้รับรู้อะไรที่เปิดกว้างได้จึงต้องเอาอะไรมายัดเยียดให้และมาครอบงำเอาไว้ก่อน อยากขอร้องให้ท่านผู้เจริญทั้งหลายต้องคิดกันเสียใหม่ได้แล้ว บ้านเมืองจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้ และต้องรู้จักหัดยอมรับความจริงกันบ้าง เพราะยิ่งท่านทำแบบนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงจะถูกประชาชนคว่ำทิ้งอย่างไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน" นายสุรพงษ์ กล่าว





