"ตวง" ชี้การปฏิรูปการศึกษาที่เป็นรูปธรรม ต้องกระจายอำนาจสู่โรงเรียน แยกผู้วางกฎ-ผู้ปฏิบัติ
ที่อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา (กมธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดงานเสวนา “แนวทางการสนับสนุนและส่งเสริมโรงเรียนนิติบุคคล รูปแบบใหม่” โดยนายตวง อันทะไชย ประธานกมธ. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายปฏิรูปการศึกษาไทย” ตอนหนึ่งว่า นโยบายเรื่องการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา ยังคงได้รับการสานต่อจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดที่แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด อีกทั้งที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษามีปรัชญาก็คือ ปฏิรูปการเรียนรู้ มุ่งสู่คุณภาพ มีเอกภาพทางนโยบาย แต่มีหลากหลายทางในการปฏิบัติ กระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา กระจายอำนาจทางวิชาการ การบริหารบุคคล การบริหารงานทั่วไป รวมถึงอำนาจงบประมาณไปยังสถานศึกษา แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่ถึงไหน
นายตวง กล่าวอีกว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศที่มีระดับการศึกษาดีๆอย่าง สิงคโปร์ ฟินแลนด์ หรือญี่ปุ่น จะพบว่าอำนาจต่างๆไปอยู่ที่โรงเรียนทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลาง อีกทั้งข้อเสนอของ กมธ.การศึกษา ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และแนวทางของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คือกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา ซึ่งต้องทำข้อเสนอนี้ให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้สิ่งที่เคยพูดถึงกันก็คือจะต้องแยกผู้วางกฎ กับผู้ปฏิบัติให้ได้ ซึ่งถ้าเราทำได้จะทำให้เราสามารถเห็นคุณภาพของการศึกษาได้ชัดเจน
“หากเราเห็นว่าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียนได้มากที่สุด ก็คือครูกับโรงเรียน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกระจายอำนาจให้แต่ละโรงเรียน เปรียบได้กับกระทรวงสารธารณสุข ที่ไม่สามารถสั่งหมอให้รักษาคนไข้ตามแนวทางของตนได้ กระทรวงศึกษาธิการก็เช่นกัน ไม่สามารถสั่งครูให้สอนเด็กตามแบบตนได้ เพราะเด็กแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่ที่ผ่านมาครูถูกนโยบายเบื้องบนสั่งให้ทำงานวิจัย จึงสอนเด็กไม่ได้เต็มที่ หากวันใดที่อำนาจกระจายไปยังสถานศึกษา แล้วการศึกษายังคงด้อยอยู่ ก็สามารถโทษโรงเรียนและครูผู้สอนได้ ดังนั้นการกระจายอำนาจทางการศึกษา คือการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมได้มากที่สุด” นายตวง กล่าว




