"สามารถ"เผยการกาบัตรเพียงใบเดียวเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน เพราะบังคับให้เขาต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค
นายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับหลักการในระบอบประชาธิปไตย ประเด็นแรกคือ ประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งส.ส.ที่ให้ใช้วิธีจัดสรรปันส่วนผสมโดยการกาบัตรเพียงใบเดียวซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน เพราะบังคับให้เขาต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ในส่วนของพรรคการเมืองพรรคเล็กเองก็จะเดือดร้อน เพราะบางพรรคไม่สามารถที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกเขตได้
ประเด็นที่ 2 โดยภาพรวมแล้วดูเหมือนว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่สนับสนุนให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งได้เสียงข้างมาก ซึ่งปัญหาที่จะตามมาคือ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ยาก และเปิดช่องให้คนกลางที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นนายกฯ อีกทั้งยังเปิดช่องให้พรรคเล็กรวมกันจัดตั้งรัฐบาลโดยดึงคนนอกมาเป็นนายกฯ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น นายกฯ ก็จะขาดความเป็นผู้นำ และไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ จนส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ
“รัฐบาลเองก็จะทำงานลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญเขียนให้องค์กรอิสระสามารถทำหน้าที่ทักท้วงนโยบายรัฐบาลได้ ประเด็นที่สำคัญคือรัฐบาลซึ่งได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ถูกอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนคอยทักท้วงก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลที่มาจากประชาชนจะทำอะไรได้”
ประเด็นถัดมาคือ การให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิเศษ โดยเฉพาะมาตรา 7 ที่ให้ศาลฯมีอำนาจในการวินิจฉัย อีกหน่อยพอมีอะไรนิดเดียวก็ยื่นศาลฯ ตีความ อีกทั้งการให้องค์กรมาจากการสรรหาโดยวุฒิสภา ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือยึดโยงกับประชาชน ในที่สุดองค์กรอิสระก็จะตกอยู่ภายใต้องค์กรเหล่านั้น
นอกจากนี้ อนาคตการแก้รัฐธรรมนูญก็จะแก้ได้ยาก เพราะกรธ.ได้กำหนดให้การแก้จะต้องให้ทุกพรรคเห็นด้วยอย่างน้อยต้องมีเสียงที่เห็นด้วย 10% ต่อพรรค ซึ่งเป็นไปได้ยาก
“หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ เมื่อไปถึงขั้นตอนการทำประชามติ ประชาชนได้รับข้อมูลต่างๆ เชื่อว่าประชาชนต้องตัดสินใจแล้วว่า รัฐธรรมนูญที่เขียนนั้นไม่ได้เขียนจากความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน สุดท้ายน่าจะเป็นไปได้ยากที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน”





