"ประยุทธ์" ชี้จะมีเลือกตั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ อัดนักการเมืองถ้าคิดสัปปะรังเคก็ไม่ต้องมาเป็น อ้อนชาวนครสวรรค์ขอให้รักน้อยแต่รักนาน
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการพบปะประชาชนที่ตำบลบึงปลาทู อ.บรรพตภิสัย จ.นครสวรรค์ว่า "ขอให้รักผมน้อยๆแต่รักนานๆและขอให้รักรัฐมนตรีของผมด้วยไม่ใช่ไล่กันอย่างเดียว" วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันสร้างความเข้มแข็งให้ได้โดยเร็ว วันนี้เป็นโอกาสดีให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้พูดบ้างตนพูดมาเยอะแล้วตั้งใจว่าจะพูดให้น้อยลง และที่พูดทั้งหมดเป็นการปฏิรูปประเทศไทยเราจะคิดแบบเดิมอยู่แบบเดิมไม่ได้ต้องพูดถึงการแก้ปัญหาทั้งระบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางกลางทางและปลายทาง รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้ราคาสินค้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนไม่ต้องการคะแนนแต่ต้องการแรงใจ ตั้งใจว่าปีนี้จะอารมณ์เสียและพูดให้น้อยลง เขาบอกว่าเป็นนายกฯต้องอดทน"
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ผู้ที่แข็งแรงกว่าต้องช่วยคนที่แข็งแรงน้อยกว่าไม่ใช่เอาเปรียบคนที่อ่อนแอ วันนี้ได้เห็นความก้าวหน้าหลายประการตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกลุ่มได้ทำ วันนี้ความคิดไม่มีวันสิ้นสุดเพราะทุกคนมีสมอง 3 ส่วน อย่าคิดส่วนเดียวต้องใช้สมองให้ครบ ไม่ใช่ใช้อะไรมานำความคิดอย่าให้การเมืองนำ มันไม่ใช่ ต้องใช้สติปัญญาการเป็นประชารัฐต้องร่วมมือทางความคิดด้วย พระพุทธเจ้าบอกว่าสติปัญญาเป็นบ่อเกิดคุณธรรม ทุกคนต้องทำความดีอะไรคือดีชั่วรู้หมด ฉะนั้นทำความดีไม่ต้องดีเลิศประเสริฐศรี
"ต่อไปนี้เจอหน้าผมทักทายคำเดียวประชารัฐ ซึ่งประชารัฐมี 3 ระดับระดับบนคือรัฐบาล ทุกคนในประเทศนี้คือกลไกประชารัฐ วันนี้ผมเข้ามาเพื่ออย่างนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างปัญหาแต่เข้ามาเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศทำอย่างไรไม่ให้ล้มลงถ้าล้มลงทุกคนอยู่ไม่ได้ฉะนั้นก็ต้องมีการปฏิรูปและการปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงซึ่งเราคิด 11 ด้าน 37 วาระ นั่นแหละคือการปฏิรูป" พลเอกประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้เข้ามาทำตลอดสิ่งที่อยากให้ทุกคนทำคือการปฏิรูปตัวเองปฏิรูปความคิดร่วมมือกันสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นมาเป็น 10 ปี เพราะความขัดแย้งทางการเมืองวันนี้เมื่อ เมื่อเกิดวิกฤตก็ใช้วิกฤตเป็นโอกาสวิกฤตของตนคือการโดน ตำหนิแต่ขอให้เอาที่ตนถูกตำหนิมาเป็นโอกาสให้กับทุกคน
"กิจการสำคัญวันนี้เราแก้ปัญหาประเทศมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ชีวิตผมชีวิตท่านมีค่าเท่ากันต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ปีนี้ปีที่ 2 ยังอยู่ในระยะที่ 2 ต่อไปจะมีการเลือกตั้ง จะเลือกได้หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่วันนี้ต้องใช้สติปัญญาให้มากไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามอย่านึกถึงตัวเองอย่างเดียวต้องคิดถึงครอบครัวสังคมและประเทศชาติ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว และย้ำว่า “สิ่งที่ผมมาวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อเป็นเกียรติหรือเรียกคะแนนเสียงแต่มาดูแลปัญหาของพวกท่าน ไม่ได้มาให้เงินแต่ให้การเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนพร้อมๆกัน เพื่ออนาคต ของลูกหลานวันนี้จะคือประวัติศาสตร์ในวันข้างหน้า และอยากให้ประชาชนรู้การทำงานของรัฐบาลทั้งหมด ท่านจะได้เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง และที่ผ่านามาต่างประเทศก็มาพบผมที่ทำเนียบเยอะ ฉะนั้นอย่าไปเชื่อที่มีการบิดเบือนว่าต่างชาติไม่คบผม"
นายกฯ กล่าวว่า ผู้นำท้องถิ่นอย่าแบ่งแยกกันต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีจะนำไปสู่ความขัดแย้งไม่ได้ต้องนำไปสู่ความปรองดองความร่วมมือ ต้องไม่มีการเมือง การดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลไม่เคยปิดบังอะไรสักเรื่องฉะนั้นอย่าไปเชื่อ การบิดเบือนบริหารประเทศคิดตลอด ถ้าคิดแบบสับปะรังเคไม่ต้องมาเป็นและวันหน้าใครมาเป็นรัฐบาลให้มาเปิดแผนการทำงานให้ดูแบบรัฐบาลนี้ตอนนี้รัฐบาลทำทุกอย่าง ไม่ใช่พูดอย่างเดียวต้องศึกษา ด้วยทั้งการบริหารจัดการน้ำ การจัดโซนนิ่งการปลูกพืชผลทางการเกษตร อย่าเชื่อเรื่องการทุจริตวันนี้ไม่มีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น พลเอกประยุทธ์ได้นำรัฐมนตรีขึ้นรถอีแต๊กเยี่ยมชมแปลงพืชผักและการสาธิตการตลาดพร้อมด้วยปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ก่อนที่จะขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์บินวนดูสถานการณ์น้ำที่บึงบอระเพ็ด และเดินทางไปที่ห้องประชุมประพันธ์ศิริ ชั้น2 อาคารสำนักบริหารจรูญ – หทัยมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่วนกลาง และคณะกรรมการกรอ.กลุ่มจ.ภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตรและอุทัยธานี) เพื่อประชุมหารือถึงการบริหารจัดการภัยแล้งในพื้นที่กลุ่มจังหวัด และรับทราบความคืบหน้าการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล เช่นกองทุนหมู่บ้าน และมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท





