วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯนำรมต.ลงพื้นที่นครสวรรค์ วอนปชช.อย่าเชื่อปลุกปั่น

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ นำรมต.ลงพื้นที่นครสวรรค์ วอนประชาชนอย่าเชื่อปลุกปั่น ด้าน "สมคิด" แย้มรบ.เตรียมออกโครงการประชารัฐโครงการใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาถึงโรงเรียนรัฐราษฎร์อนุสรณ์ ต.บึงปลาทู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

เพื่อปฏิบัติราชการจ.นครสวรรค์และจ.ชัยนาท ในเวลา 09.20 น. โดยมีตัวแทนอาจารย์ นักเรียนให้การต้อนรับพร้อมร้องเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” ต้อนรับโดยนายกฯ ได้ร้องเพลงคลอไปกับนักเรียนทั้งนี้นายกฯได้พูดคุยกับคุณยายวัย 85 ปี โดยคุณยายกล่าวกับนายกฯว่า“เกิดมา 85 ปีไม่เคยมีนายกฯคนไหนมาต.บึงปลาทู นายกฯคนนี้เป็นคนแรก แถมหล่อกว่าในโทรทัศน์ด้วย” นายกฯ ตอบว่า “ชมแบบนี้เขินตายเลย ถ้าเป็นนักการเมืองได้คะแนนเสียงไปแล้ว ดีนะผมไม่ใช่นักการเมือง”

จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะเดินทางมาที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรต.บึงปลาทูอ.บรรพตพิสัยจ.นครสวรรค์โดยมีนายธนาคมจงจิระผู้ว่าราชการจ.นครสวรรค์ และข้าราชการท้องถิ่นให้การต้อนรับ

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยมีตำรวจและทหารร่วมกันรักสาความปลอดภัยตรวจบุคคลที่เข้าออกภายในงานอย่างละเอียด รวมถึงร่วมกันตรวจคัดกรองด้วย จากนั้นนายกฯได้พบปะกับคณะกรรมการบริหารศูนย์ข้าวชุมชนซึ่งนำโดยนายพิชัย โสทะ ประธานศูนย์ฯ และเกษตรต้นแบบจากนั้นได้เยี่ยมชมสินค้าชุมชนจ.นครสวรรค์รวมทั้งให้กำลังใจกับกลุ่มเกษตรกร โดยศูนย์ดังกล่าวมีการเรียนรู้ 3 หลักสูตร 1.การผลิตเม็ดข้าวคุณภาพดี 2.เศรษฐกิจพอเพียงในครัสเรื่อง และ3.การปลูกพืชใช้น้ำน้อย

จากนั้นนายกฯพร้อมคณะเยี่ยมชมนิทรรศการมาตรการช่วยเหลือเกษตรในช่วงภัยแล้ง 8 มาตรการได้แก่ 1.มาตรการส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน 2.มาตรการชะลอหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน 3.มาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร 4.มาตรการเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง 5.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ 6.มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน7.มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

และ 8.มาตรการสนับสนุนอื่นๆขณะเดียวกันนายกฯได้พบปะประชาชนเพื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่รวมปัญหาที่ต้องการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลและในโอกาสนี้นายกฯได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตย่อยพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานจากนายอำเภอบรรพตพิสัยและมอบกุญแจรถตักข้าวเปลือกให้นายประนอม หงส์เวียนจันทร์ ตัวแทนสหกรณ์การเกษตรบึงพิมพาจำกัดตามโครงการจัดหาเครื่องจักรกลตามมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจ.นครสวรรค์และมอบสินเชื่อโครงการปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรจำนวน 100,000 บาทก่อนจะเยี่ยมชมโรงคัดแยกเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว

นายกฯ กล่าวตอนในหนึ่งในการพบปะกับประชาชนว่าตนเห็นรอยยิ้มของทุกคนมีความสุขมันทำให้ตนเกิดความกดดันสูงขึ้นเพราะตนต้องทำให้ท่านมากขึ้นแต่ด้วยภาวะหลายประการความเข้มแข็งของเรานั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนวันนี้ในส่วนของทีมประชารัฐทุกคนข้างบนและจะมีทีมประชารัฐข้างล่างถ้าข้างบนทำข้างล่างไม่ทำก็ไปไม่ได้และแก้ด้วยราคาอย่างเดียวก็ไม่จบหรอกขอให้ใจเย็นๆ


ขณะที่ นายสมคิด กล่าวว่าต้องขอบคุณที่สละเวลามาต้อนรับอยากเรียนว่าได้เห็นสิ่งต่างๆในวันนี้มันทำให้พวกตนมีกำลังใจที่จะทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องเกษตรกรอยากเรียนว่าันนี้พวกเราทุกคนเข้าใจถึงความยากลำบากตระหนักดีถึงความทุกข์ยากของเกษตรกรลำพังก็ยากจนอยู่แล้วมาปีนี้ปีหน้าราคาสินค้าก็ตกต่ำเพราะราคาน้ำมันตกทั่วโลกและราคาสินค้ามันตามราคาน้ำมันคือราคาตกทั้งโลกเกษตรกรทั้งโลกลำบากไม่ใช่เฉพาะพวกเราแต่ท่านนายกฯเป็นห่วงกังวลบางครั้งหงุดหงิดเพราะอยากจะลงไปช่วยให้เร็วแต่มันไม่ได้ดั่งใจแต่ทุกคนก็พยายามเต็มที่เมื่อราคาสินค้าตกต่ำสิ่งที่รัฐบาลพยายามช่วยคือช่วยชดเชยจ่ายเงินช่วยเหลือซึ่ง2เดือนที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยออกโครงการตำบลละ5ล้านบาทเพื่อลงไปช่วยเกษตรกรแต่บางครั้งการช่วยเหลือจำนวนมากขั้นตอนก็มีมากและเราต้องการให้ดีที่สุดก็อาจจะช้าไปบ้างแต่รมว.มหาดไทยก็พยายามเร่งให้เงินไปถึงข้างล่างและการช่วยเหลือไม่ได้มาจากราชการเท่านั้นบางครั้งนายกฯอยากให้ชาวบ้านพูดกันเองผ่านกองทุนหมู่บ้าน

“และกองทุนหมู่บ้านที่เป็นเครื่องมือของรัฐทุกรัฐบาลไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งผมเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการก่อตั้งกองทุนหมู่บ้านเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วไม่ต้องการให้พรรคการเมืองใดมาเคลมว่าเป็นของพรรคการเมืองเหล่านั้นกลไกที่ดีในการช่วยเหลือคนยากจนได้มันต้องเป็นเครื่องมือกลไกของรัฐบาลที่ช่วยเหลือคนไทยทุกคน” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่ากองทุนหมู่บ้านจัดสรรไปแล้ว6หมื่นกว่าล้านบาทผ่านสินเชื่อของธนาคารซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินไปถึงข้างล่างแล้วแต่แค่นั้นไม่พอเพราะนายกฯบอกว่าสิ่งที่จะช่วยไม่ใช่แค่ว่าเอาเงินไปแจกเราต้องการรดน้ำที่รากไม่ต้องการรดน้ำที่ใบต้องการให้รากแข็งแรงเพื่อพี่น้องจะได้เข้มแข็งในอนาคตข้างหน้าลูกหลานมีความเข้มแข็งไม่ใช่ว่าขายแต่สินค้าราคาถูกปีไหนมีน้ำก็ปลูกได้ดีปีไหนไม่มีก็ปลูกไม่ได้ดีชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติอย่างเดียวไม่ได้ดังนั้นในเวลาไม่นานนักนายกฯกำลังให้พวกตนเสนอโครงการประชารัฐโครงการใหม่่ที่จะไปช่วยพัฒนาความเข้มแข็งของชนบท

“เข้มแข็งยังไงต่อจากนี้จะไม่ใช่ว่าแค่ให้สินเชื่อไปกู้ยืมไปใช้แต่จะให้ทุกตำบลทุกหมู่บ้านเอาเงินเหล่านี้ไปดูสิว่าท่านจะเอาเงินเหล่านี้ไปต่อยอดความเข้มแข็งให้กับท่านทำอะไรได้บ้างเพิ่มรายได้ได้อย่างไรท่านเห้็นตัวอย่างที่มาตั้งอยู่แล้วลำพังปลูกข้าวอย่างเดียวราคามันตกถ้าไม่ทำอะไรเลยมันก็จนปลูกยางอย่างเดียวไม่ทำอะไรเลยท่านก็แย่สิ่งที่ต้องทำคือว่าปลูกอะไรที่มันมากกว่าสิ่งท่านปลูกอยู่เอาสินค้าที่ใช้น้ำน้อยเวลาน้ำแล้งก็ทำได้เมื่อสักครู่นักข่าวมาบอกผมว่ามีเกษตรกรอยู่ท่านหนึ่งทดลองปลูกถั่วเขียวได้กำไรต่อไร่4,000บาทสิ่งสำคัญคือมันไม่ใช่ถั่วเขียวอย่างเดียวมันมีถั่วเหลืองข้าวโพดผักสวนครัวและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำพันธุ์สัตว์เป็ดไก่ไปแจกเกษตรกรสิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยตัวเองให้มีความหลากหลายก่อนทดลองมันดูอย่าไปกลัวนี่จะเป็นตัวช่วยให้เรามีรายได้จุนเจือครอบครัวได้” รองนายกฯกล่าวว่า

นายสมคิด กล่าวว่าสิ่งที่สองเรื่องความเข้มแข็งถ้าเกษตรกรจะปลูกข้าวท่านต้องมีลานตากโรงสีชุมชนมียุ้งฉางโรงระอุข้าวเครื่องเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้เกษตรกรแต่ละคนไม่มีเงินพอ

“ฉะนั้นประชารัฐล็อตใหม่โดยท่านนายกจะลงไปข้างล่างหมายความว่าชุมชนจะต้องประชุมคิดกันเองว่าจะเอาเงินเหล่านี้ไปสร้างเครื่องสีข้าวจะสร้างยุ้งฉางขนาดเล็กไหมไปเช่ารถแทร็กเตอร์ไปเก็บเกี่ยวไหมไปทำโรงงานแปรรูปเล็กหรือไม่เพราะข้าวแต๋นที่ผมกินเมื่อสักครู่มันอร่อยมากเขาขายผ่านโลตัสทั่วประเทศท่านที่เคารพอนาคตข้างหน้าเราจะเอาตลาดมาไว้ที่นี่ไม่ใช่ให้ท่านไปหาตลาดประชารรัฐจะมีโครงการตลาดประชารัฐลงสู่ทุกชุมชนไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลและท่านนายกได้ขอร้องให้ภาคเอกชนร้านสะดวกซื้อทั้งหลายมาช่วยกันรับซื้อสินค้าจากเกษตรกรฉะนั้นแปลว่าสินค้าที่ผลิตได้จะมีโอกาสและช่องทางและตลาดได้มากขึ้น”รองนายกฯกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่าเมื่อวานนี้สั่งการกระทรวงพาณิชย์ว่าแหล่งท่องเที่ยวดีดีในต่างประเทศเช่นเวียดนามเขามีสินค้าท้องถิ่นไปขายที่นั่นคนต่างประเทศนับหมื่นนับแสนไปซื้อของเหล่านั้นตนถามว่าทำไมโอท็อปของเราไม่มีขายณจุเหล่านั้นบ้างก็ให้นโยบายว่าต้องกระจายสินค้าไปสู่แหล่งท่องเที่ยวให้ได้กระทรวงท่องเที่ยวฯเขากำลังจะสร้างแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไม่ใช่ไปต่างประเทศหมายความว่าหนึ่งตำบลจะต้องมีแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งแห่งให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วมีตลาดกลางจากกระทรวงพาณิชย์มารับซื้อผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ที่ปลูกได้ไปให้ประชาชนมีการแปลกเปลี่ยนระหว่างประชารัฐแต่ละตำบลกับตำบลจังหวัดกับจังหวัด

“ท่านอาจจะไม่เข้าใจในวันนี้แต่มันก็คือการลงทุนในวิทยาการที่จะทำให้ทุกชุมชนทุกหมู่บ้านในอนาคตสามรารถมีเทคโนโลยีเพียงพอที่จะค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้ท่านสามารถขายผ่านสหกรณที่เข้มแข็งเรียนรู้วิธีการใช้สามารถขายสินค้างของท่านไปโดยตรงในโลกผ่านเว็บไซต์เราจะช่วยท่านในสิ่งต่างๆ”รองนายกฯกล่าว

รองนายกฯกล่าวว่าสิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากภาครัฐเอกชนที่มีความรู้เขาจะมาช่วยท่านและพวกท่านเองจะเป็น“สมาร์ทฟาร์เมอร์”เราไม่ต้องการให้เป็นเกษตรกรจนๆหน้าดำๆตัวคล้ำผิวเกรียมเราต้องการให้เกษตรกรเป็เถ้าแก่น้อยๆในอนาคตให้ได้ธกส.และธ.ออมสินกำลังจะออกแพคเกจ1ตำบล1เอสเอ็มอีเกษตรกรอุตสาหกรรมคือเราจะยกระดับเกษตรกรเป็นเถ้าแก่น้อยให้ได้ที่ต้องหาผู้นำในชุมชนที่มีความสามารถสร้างให้เขาเป็นผู้ประกอบการรู้จักยกระดับมูลค่าสินค้าให้ดีสร้างยี่ห้อดีไซน์หีบห่อติดต่อตลาดขายในต่างประเทศแล้วช่วยเหลือคนในชุมชนทุกคนจะได้เรียนรู้ว่ามันทำกันอย่างไร

“ทำไมเกษตรกรถึงเป็นเกษตรกรทั้งชาติทำไมพ่อค้าคนกลางถึงเป็นพ่อค้าคนกลางทั้งชาติจากนี้เาต้องการให้เป็นเเถ้าแก่น้อยเหมือนที่ญี่ปุ่นเกาหลีไต้หวันเขาทำกันได้สิ่งเหล่านี้นายกฯกำชับแล้วกำชับอีกแต่ข่าวที่ออกไปมันน้อยเกษตรกรมีจำนวนมากการเมืองมีส.ส.มีสจ.เขาก็จะไปบอกว่าอะไรเป็นอะไรแต่การเมืองวันนี้มีความไม่เป็นปกติเราทะเลาะเบาะแว้งกันมาเป็น10ปีแล้วทะเลาะจนลาวจะข้ามหัวเราแล้วพวกเราไม่ต้องห่วงจะเลอืกพรรคการเมืองอะไรเลือกตามใจชอบเมื่อมีการเลือกตั้งแต่ระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกตั้งท่านนายกฯบอกแล้วว่าจะพยาายามทำให้พวกท่านยืนขึ้นมาให้ได้อย่าไปหลงเชื่อกับคำปลุกปั่นการบิดเบือนมันไม่ช่วยอะไรเลยมันมีแต่ทำให้คนไทยเราทะเลาะกันเองแล้วมนันก็จะค่อยๆตกลงและค่อยๆจมดินไปในที่สุดเราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นคนไทยต้องสามัคคีเพลงแบบท่านนายกแต่งออกมาร้องได้หรือไม่1มือ1ลมหายใจมันไม่พอหรอกมนทุกคนต้องร่วมมือต่อลมหายใตจกันเมื่อนั้นเมืองไทยมันจะเจริญ”รองนายกฯกล่าว

“ฉะนั้นถ้าท่านได้ยินคำว่าประชารัฐเมื่อไรขอให้ท่านสนับสนุนและขอให้ท่านนึกถึงท่านนายกที่พยายามปลุกปั้นโครงการนี้ขึ้นมาอย่าหลงเชื่อกับคำยุยงคำปลุกปั่นไม่มีสิ่งใดดีหรอกครับขอบคุณครับ”นายสมคิดกล่าว

ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดที่ยังคงมีอยู่โดยระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพราะเป็นต้นตอของปัญหาสังคมอย่างหนึ่งจึงต้องช่วยกันเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวโดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างไรก็ตามในขณะที่รัฐบาลกำลังทำงานก็ยังมีคนคอยบิดเบือนข้อมูลอย่างโครงการกองทุนหมู่บ้านหมู่บ้านละ5ล้านบาทหากทำเร็วเกินไปก็โจมตีว่าอาจมีการทุจริตแต่หากทำช้าก็ไม่ทันใจชาวบ้าน