“ศรีวราห์” เผย จับ“จ่านิว” ตามกฎหมาย สั่งตรวจร่างกายที่รพ.ศิริราช ยันไม่ได้ซ้อมตามอ้าง
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่งคง เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฐานชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ว่า ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีบุคคลแต่งกายคล้ายทหารหลายคนบุกไปจับกุมผู้ต้องหาบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตนั้นตนไม่ทราบ ตนทราบเพียงในส่วนของตำรวจ อย่างไรก็ตามจากบันทึกจับกุมได้ระบุไว้ว่า พนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร.2 พัน.2 รอ.ว่า คุมตัว นายสิรวิชญ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเอาไว้ ให้พนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ ไปรับตัว ก่อนจะนำตัวไปยังสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการสอบสวนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ในบันทึกจับกุมระบุด้วยว่าขณะเข้าจับกุมมีการนำหมายจับไปสอบถามผู้ต้องหาว่าเป็นคนในหมายจับหรือไม่แล้ว และนายนายสิรวิชญ์ ก็ลงนามในบันทึกจับกุมด้วย อย่างไรก็ดีตอนนี้ได้รับรายงานว่าภายหลังจับกุมนายสิรวิชญ์ได้แล้ว ก็มีผู้ต้องหาอีก 3 คนเข้ามอบตัว คือ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ,น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และ นายกรกช แสงเย็นพันธ์ ยังเหลืออีก 2 คน คือ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ และ นายธเนตร อนันตวงษ์ ที่หลบหนีไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเมื่อตำรวจรับตัวผู้ต้องหามาจากเจ้าหน้าที่ทหาร ก็ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายสิรวิชญ์ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชทันที เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเจ้าหน้าที่ว่าไม่ได้มีการซ้อมทรมานแต่อย่างใด โดยได้สั่งการไปแล้วคาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้ แต่อย่างไรก็ตามการจับกุมก็ต้องมีการถูกเนื้อต้องตัว เช่น การจับแขนเพื่อพาตัวไปขึ้นรถอยู่บ้าง อาจเกิดรอยฟกช้ำกันบ้างแต่ยืนยันไม่ใช่การซ้อมทรมานอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ขอให้สังคมรอผลการตรวจร่างกายจากทางโรงพยาบาลศิริราชซึ่งเป็นโรงพยาบาลคนกลางที่เข้ามาดำเนินการแทนโรงพยาบาลตำรวจเพื่อป้องกันข้อครหาว่าโรงพยาบาลเข้าข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง และระมัดระวังอยู่แล้ว ใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยกับผู้ต้องหาและให้เซ็นยอมรับข้อตกลงว่าจะไม่เคลื่อนไหวในทางการเมืองอีกและจะปล่อยตัวไปแต่ทราบว่าผู้ต้องหายังไม่ยอมเซ็น ขณะที่การขอประกันตัวนั้นเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะขอหรือไม่ขอก็ได้ ซึ่งหากผู้ต้องหาขอประกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะอนุญาตให้ประกันออกไปก่อนได้ แต่หากยืนยันไม่ขอประกันตัวก็เป็นสิทธิของเขา ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมายต่อไป ส่วนการรับรับสารภาพตามข้อกล่าวหาหรือไม่นั้น ไม่จำเป็น ผมในฐานะพนักงานสอบสวนยึดตามพยานหลักฐานอื่นๆที่มี โดยคดีนี้ก็ต้องสืบสวนสอบสวนไปถึงเบื้องหลังการออกมาเคลื่อนไหวขัดคำสั่งคสช.ของกลุ่ม นักศึกษาด้วยว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่และทำไปเพื่ออะไร ส่วนตัวมองว่าการเคลื่อนไหวแสดงออกบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีอนุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ เป็นสิ่งไม่เหมาะสม” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว





