"ทีมอภิสิทธิ์" ชิงตัดขาด "สุขุมพันธุ์" เสมือนวัดใจ "ทั่นผู้นำ" ลงดาบม.44 ?
ดูเหมือน "ศึกภายใน" พรรคเก่าแก่ อย่าง "ประชาธิปัตย์" ยิ่งดุเดือดชัดเจนขึ้น
พลันที่ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค โซนกทม. และ จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืนคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (21ม.ค.) กรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองหัวหน้าพรรค ที่ไม่สามารถประสานงานกับพรรคได้ เป็นยาวนานกว่า 3 เดือน ซึ่งมีประเด็นเรื่องประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ในการบริหารงานของกทม.
"พรรคจึงเปิดทางให้ผู้ว่ากทม.ตัดสินใจตามทัศนคติของผู้ว่าฯเอง เพราะถึงเวลาที่ต้องให้ผู้ว่ากทม.รับผิดชอบต่อการบริหารงานของตัวเอง ซึ่งพรรคขอขอบคุณม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ที่เคยมีผลงานกับพรรคและประเทศ
หวังว่าจะประสบความสำเร็จในการบริหารงานตามทัศคติของตัวเอง โดยไม่ถือว่าหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์มีความขัดแย้งกับพรรคเพราะไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล" จุติ กล่าว
แม้ว่า "คุณชายสุขุมพันธ์ุ" จะยังไม่ออกมาชี้แจงหรือตอบโต้ก็ตาม และอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการต่างประเทศที่กรุงลิสบอน และเมืองปอร์โต สาธารณรัฐโปตุเกส เพื่อลงนามความตกลงการสถาปนาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกทม.กับกรุงลิสบอนระหว่างวันที่ 18-22 ม.ค.นี้
มีเพียง วสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะโฆษกประจำตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เป็นมติในนามของพรรค หรือเป็นเรื่องส่วนบุคคล เนื่องจากพรรคเป็นองค์กร มีกรรมการบริหารพรรคเพื่อขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาที่ไม่สามารถติดต่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ เพราะติดภารกิจต่างๆ กรณีนี้จึงไม่ทราบว่าที่มาที่ไปของการแถลงข่าวของเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีอุดมคติว่าทุกฝ่ายควรปฏิบัติตนภายใต้กฎหมาย ซึ่งหากมีการประชุมใดๆ ก็จะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วพรรคฯจะอธิบายกับสังคมได้อย่างไร เพราะมีคำสั่งการห้ามประชุมทางการเมือง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
"ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ก็เคยกินข้าวมาด้วยกัน แต่เหตุผลที่ไม่ได้นัดหมายกัน ไม่ทราบ แต่จะถึงกลายเป็นประเด็นที่จะต้องขับออกจากพรรคประชาธิปัตย์เลยหรือไม่ โดยการทำงานตลอด7ปี กทม.ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบจากทุกฝ่าย และได้ประสานกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ซึ่งพรรคก็ได้รับการสนองอยู่แล้ว แต่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ขณะนี้สังเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในปีสุดท้ายของการเป็นผู้ว่าฯกทม. เป็นความต้องการให้นายกฯใช้มาตรา44กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์หรือไม่"
ทั้งนี้ หากย้อนดู "ท่าที" ของ "ทีมหัวหน้าฯ" ปฏิบัติการของ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ และ วัชระ เพชรทอง ที่ออกมากระทุ้งเรื่องการจัดซื้อเครื่องดนตรีและกล้องซีซีทีวี ช่วงก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์" ตกเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ได้โดยเร็ว
น่าสนใจว่า ประเด็นดังกล่าว "ผู้มากบารมีในพรรค" อย่าง อดีตหัวหน้าฯ ชวน หลีกภัย จะคิดเห็นเป็นประการใด รวมไปถึง "ผู้มากบารมีนอกพรรค" แห่งกปปส. สุเทพ เทือกสุบรรณ จะยังเป็นกาวใจได้อยู่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม การชิงเกมรุกของ "ทีมอภิสิทธิ์" เปิดฉากประกาศตัดขาด ย่อมส่งสัญญาณให้ "ผู้อำนาจ" เห็นความชัดเจนด้วยหรือไม่
อย่าลืมว่า ปมบริหารไม่โปร่งใส ถูกร้องเรียนทุจริตที่ "ทีมอภิสิทธิ์" ชี้เป้า-ชงหลักฐานให้รัฐบาลและองค์กรอิสระนั้น อาจทำให้ "สุขุมพันธุ์" ต้องชะตาขาดตกเก้าอี้ผู้ว่าฯก่อนครบวาระหรือไม่
จับตา! วัดใจ "ทั่นผู้นำ" จะจัดให้..ลงดาบ "ม.44" ที่เก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือไม่





