วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สพฐ.เล็งเพิ่ม1.5หมื่นร.ร.'ลดเวลาเรียน'

สพฐ.เตรียมขยายผลลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตั้งเป้าปีการศึกษา2559เพิ่มอีก1.5หมื่นโรง

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ มานานกว่า3เดือนแล้วนับแต่เริ่มเปิดภาคเรียนที่2ปีการศึกษา2558โดยมีโรงเรียนในสังกัดนำร่อง3,800โรง และในปีการศึกษา 2559 สพฐ. จะขยายผลเพิ่มขึ้นอีก15,000โรง ดังนั้น ในการประชุมผู้บริหาร สพฐ.เมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้สั่งการให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปสำรวจว่าที่ผ่านมามีโรงเรียนใดบ้าง จำนวนกี่แห่งที่แม้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ แต่ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติเป็นคู่ขนานกับทั้ง3,800โรง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ สพฐ.มีข้อมูลเบื้องต้นว่าเรามีโรงเรียนที่มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมในปีนี้กี่แห่ง ขณะเดียวกัน ก็จะส่งหนังสือเวียนแจ้งไปยังโรงเรียนทุกแห่งว่าหากมีความพร้อมก็สามารถสมัครได้ หากมีจำนวนมากเกินกว่าที่กำหนดก็จะต้องคัดเลือกให้เหลือตามเป้าที่วางไว้ เท่ากับว่าต่อไปจะมีโรงเรียนที่ร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งสิ้น18,800โรง

“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้จะสำเร็จได้นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ครู ที่จะช่วยสนับสนุนและจัดกิจกรรมที่พัฒนาเด็กให้มีทักษะตามหลัก4เอช ได้แก่ ทักษะทางความคิด จิตใจ การลงมือปฏิบัติ และสุขภาพ ซึ่งขอให้ที่ประชุมได้ติดตามด้วยว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละด้านได้อย่างเหมาะสม โดยนำเมนูกิจกรรมที่ สพฐ.จัดเตรียมไว้ประมาณ300เมนูไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกกิจกรรมที่ดีที่สุด เพื่อนำมาเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่นๆ นำไปใช้พัฒนากิจกรรมของตนเองต่อไป”นายการุณ กล่าวและว่า นอกจากนี้ สพฐ.เตรียมจะจัดอบรมทีมสมาร์ทเทรนเนอร์เพิ่มขึ้น เพื่อรับมือการขยายผลโครงการลดเวลาเรียนฯ โดยครั้งนี้จะเน้นไปที่กลุ่มผู้บริหาร ได้แก่ ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการ/รองผอ.โรงเรียน ที่รับผิดชอบงานด้านการนิเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องรู้และเข้าใจการดำเนินโครงการลดเวลาเรียนฯ มากที่สุด เพราะต้องสื่อสารไปยังครู นักเรียน และผู้ปกครองให้มีความเข้าใจด้วย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองกังวลใจเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กจะต่ำลงนั้น ในเรื่องดังกล่าว สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำชับให้ดูแลเรื่องคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ของเด็ก ซึ่งในวันที่28ม.ค.นี้ สพฐ.จะจัดประชุมซักซ้อมความเข้าใจ โดยจะเชิญรมว.ศึกษาธิการ มอบนโยบายและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ร่วมให้คำแนะนำด้วย