พศ.ยืนยัน "มติมส." ไม่ขัดมาตรา7 ชี้คนนอกไม่มีสิทธิตีกลับ หรือเปลี่ยนแปลงมติมส. เป็นเรื่องของสงฆ์พิจารณาเองเท่านั้น
อาคารหอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลารย์- เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)ว่า ที่ประชุมมส.ในวันนี้ ไม่ได้กล่าวถึงการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เพราะถือว่าเรื่องดังกล่าวมส.ได้มติและพศ.ได้ส่งเรื่องไปยังรัฐบาลแล้ว ส่วนกรณีที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลพศ. ได้มอบให้พศ.รวบรวมข้อมูลคำร้องทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน การเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราช นั้น ถ้ารัฐบาลสอบถามมา ก็จะนำเข้าหารือในคณะกรรมการติดตามกรณีสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ที่มีนายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการพศ. เป็นประธาน
นายกนก กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีผู้ค้านว่ามติมส.เรื่องเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมุงคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่เป็นไปตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 โดยฝ่ายค้านให้เหตุผลว่าตามมาตรา 7 ต้นเรื่องต้องมาจากนายกรัฐมนตรีนั้น จริงๆ แล้ว มาตรา7 ระบุชัดเจนว่าให้นายกฯเป็นผู้เสนอชื่อที่ผ่านความเห็นชอบจาก มส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้กฎหมายไทย นักกฎหมายบางคนตีความไปอีกแบบ แต่อย่างไรก็ตามทางฝ่ายรัฐบาลมีนักกฎหมายที่เข้มแข็งและยังมีสำนักงานกฤษฎีกา ยืนยันว่า ขั้นตอนที่พศ.ส่งมติมส.เรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชไปยังรัฐบาลนั้น พศ.พิจารณาแล้วว่าถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภายหลังจากนี้ รัฐบาลอาจดูความรอบคอบ โดยนำเอาข้อกฎหมายตามพ.ร.บ.สงฆ์ในอดีต เช่น พ.ร.บ.สงฆ์ รศ.121 พ.ร.บ.ปกครองสงฆ์ พ.ศ.2485 รวบทั้งธรรมเนียมตามโบราณประเพณีมาประกอบการพิจารณา จึงขอให้ชาวพุทธสบายใจได้ว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
“การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นเรื่องของพระสงฆ์พิจารณา รัฐบาลโดยพศ.ในฐานะเลขาธิการมส. จะนำมติมส.มาหารือในที่ประชุมพศ.ก่อนนำความเห็นเสนอต่อนายกฯ เรื่องดังกล่าวเหมือนกระบวนการเขียนกฎหมายเรื่องอื่นๆ กระบวนการก่อนให้นายกฯลงนามต้องมีมาก่อน ไม่ใช่ให้นายกฯเขียนเรื่องหรือเป็นต้นเรื่องเอง เมื่อมส.มีมติเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชมาแล้ว เว้นแต่มีปัญหาเกิดขึ้น มิฉะนั้นมติมส.คงอยู่ในขั้นตอนการเสนอนายกฯต่อไป ”นายกนก กล่าว และว่า หากเกิดเรื่องใด ๆ ขึ้นจริง คนนอกไม่มีสิทธิตีกลับ หรือเปลี่ยนแปลงมติ มส. มส.เท่านั้น ก็เป็นผู้พิจารณาเองว่า สมควรจะมีการทบทวนมติ หรือพิจารณาเรื่องการเสนอชื่อใหม่หรือไม่
นายกนก กล่าวด้วยว่า ขณะนี้พศ.กำลังรวบรวมข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก โดยข้อเรียนหลักๆ คือคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ด้านนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญ กล่าวว่า กรณีที่ดีเอสไอเข้าตรวจสอบรถโบราณจดประกอบที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ยืนยันว่ากระบวนการนำเข้าอะไหล่จดประกอบรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ แต่เป็นเรื่องของผู้บริจาคที่ติดต่อทางอู่ให้ประกอบรถยนต์ โดยถูกต้องตามกฎหมาย มีการเสียภาษีสรรพสมิตอย่างถูกต้อง มิเช่นนั้นคงไม่สามารถนำรถไปจดทะเบียนได้ ซึ่งถ้าต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้สามารถไปตรวจสอบดูข้อมูลได้ที่กรมขนส่งทางบก ยืนยันว่ารถคันดังกล่าวผู้ถวายไม่ได้ถวายเพื่อให้นำมาใช้งานแต่ประสงค์ให้เก็บไว้ในพิพิธณฑ์พื้นบ้าน ในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แต่ที่ต้องนำเข้าอะไหล่มาประกอบให้รถใช้งานได้เพื่อให้สามารถจดทะเบียนได้





