วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สวนยาง16 จว.ภาคใต้จี้รัฐบาล แก้ปัญหายางไม่ตรงจุด

สวนยาง16 จว.ภาคใต้ยื่น 5 ข้อเสนอถึง"พล.อ.ประยุทธ์" ชี้รัฐบาลยังแก้ปัญหายางพาราไม่ตรงจุด ระบุคนกลุ่มคนกรีดไม่ได้รับการดูแลเหมือนเดิม

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งสำนักงานก.พ.) มีกลุ่มสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง16จังหวัดภาคใต้ นำโดยนายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกร ชาวสวนยาง16จังหวัดภาคใต้ เดินทางมายื่นหนังสือ ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ  

นายสุนทร กล่าวว่า ทางกลุ่มฯมีมติเสนอแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำต่อรัฐบาล5ข้อ คือ1.ให้เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ สามารถจดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ตามมาตรา4แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.25582 .ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง1,500บาทต่อไร่ ไม่เกิน15ไร่3.ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ได้รับสิทธิตามแนวทางช่วยเหลือ เพื่อรับซื้อยางประเภทต่างๆ จากเกษตรกรรายย่อยโดยตรงของรัฐบาล ในราคาชี้นำตลาด45บาทต่อกิโลกรัม4 .ให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบคุณภาพยางในสต๊อก3.7ล้านตัน ก่อนนำเข้าเก็บรักษาในโกดังของทหาร ด้วยวิธีผ่ายางลูกขุน เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริง กรณีมีข้อกล่าวหาการทุจริตยางที่ผ่านมา และป้องกันไม่ให้เกิดการหมุนเวียนเอายางในสต๊อกมาขาย5.ให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบความจริงกรณีข่าวว่ามีการลักลอบส่งออกยางโดยไม่จ่ายภาษี จำนวน5แสนตันต่อปี ที่ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา  

เมื่อถามว่า ทางกลุ่มฯพอใจกับราคาที่รัฐบาลชี้นำยางพาราในราคา45บาทต่อกก. นายสุนทร กล่าวว่า จากมติเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ เมื่อวันที่13มกราคมที่ผ่านมา เราให้เวลารัฐบาล30วันที่จะทำอย่างไรให้ราคายางไปถึงกก.ละ 60 บาทให้ได้ เพราะฉะนั้นวิธีการชี้นำราคาจาก 45 บาทให้ไปถึง 60 บาท ถือว่าเป็นทิศทางที่ดี เพราะทำให้ราคาในตลาดขยับขึ้นเกือบ 10 บาทต่อกก. หากเทียบกับปลายปี2558แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือคนที่กรีดยางและผู้ที่ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์กว่า 500,000 ครัวเรือน ซึ่งตามมติครม.ที่ผ่านมาเรื่องโครงการชี้นำราคายาง ซึ่งไม่ปิดกั้นยางจากพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ซื้อยางในราคา 45 บาทไม่เกิน 150 กก.ต่อครัวเรือน กลายเป็นผู้ที่จดทะเบียนกับคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เท่านั้น ซึ่งผู้ที่ปลูกยางที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ไม่ได้รับประโยชน์ด้วย สรุปว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดกลับไม่ได้อะไรเลย

"ที่พวกเราขึ้นมา เพื่อของให้รัฐบาลแก้ไขให้ตรงจุด ซึ่งวันเดียวกันนี้เวลา13.00น. ทางกลุ่มฯจะเดินทางไปหารือร่วมกับ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด กยท. เพื่อเสนอข้อเรียกร้องทั้ง5ข้อ เพราะในประกาศของการยาง ผู้ที่ร่างกฎหมายลูกดังกล่าวกำลังทำผิดกฎหมาย เพราะหากมีผู้เสียหาย เขาก็มีสิทธิที่จะฟ้องศาลปกครองในมาตรา157ได้ เพราะเขาเสียสิทธิ เนื่องจากชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็เป็นผู้จ่ายภาษี การจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง (Cess)เช่นกัน และเมื่อจ่ายภาษีก็ต้องได้รับความคุ้มครอง"นายสุนทร กล่าว  

เมื่อถามว่า ภายหลังจากยื่นของเสนอให้นายกฯ หากไม่มีความคืบหน้าจะดำเนินการอย่างไร นายสุนทร กล่าวว่า ทางกลุ่มฯก็คงต้องขับเคลื่อน เนื่องจากเราถูกละเมิดสิทธิและไม่ได้รับสิทธิ ทั้งๆที่เราถูกคุ้มครอง หากจะต้องฟ้องศาลปกครองตามมาตรา157เราก็ต้องทำ และหากรัฐบาลไม่ให้ความสนใจกับข้อเรียกร้อง เราก็คงต้องออกมาเคลื่อนไหวกดดัน ซึ่งเราจะประชุมหารือกับแนวร่วมกลุ่มอื่นๆ ด้วย ก่อนที่จะกำหนดกรอบเวลาเคลื่อนไหว 

"ผมได้มีโอกาสได้คุยกับบอร์ด กยท.ที่เป็นตัวแทนของเกษตรกร พบว่าประธานบอร์ด กยท.ยังเข้าใจผิดว่า หากจดทะเบียนให้ชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จะเป็นการส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมาย และยังเข้าใจอีกว่าคนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นพวกนายทุน ซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ที่ผ่านมาจากแผนแม่บทการโค้นยาง ไม่มีนายทุนที่มียางกว่าพันไร่ถูกโค้น มีแต่เพียงชาวสวนยางรายย่อยที่มีสวนยางไม่เกิน15ไร่"นายสุนทร กล่าว