วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฯนัดตรวจหลักฐาน'สมศักดิ์'ร่ำรวยผิดปกติ 24 มี.ค.

ศาลฎีกาฯนัดตรวจหลักฐาน"สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ 24 มี.ค.นี้ ขณะที่อัยการสูงสุดขอให้ริบทรัพย์บ้านพักอ่างทอง 16 ล้าน

นายชาติชาย อัครวิบูลย์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพร้อมคดีหมายเลขดำ อม.74/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นผู้ยื่นคำร้อง กล่าวหา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ ปี 2542 และกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ( ชทพ.) ผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ  

โดยขอศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน บ้านพักเลขที่ 5/5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พร้อมที่ดิน มูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท ที่เป็นทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542มาตรา 80 ซึ่งกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของ นายสมศักดิ์ ที่ได้ยื่นแสดงไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในตำแหน่งต่าง ๆ

ซึ่งวันนี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมาศาลตามนัด โดยศาลให้คู่กรณีที่มีชื่อในทรัพย์สิน ได้ยื่นคำคัดค้าน ขณะที่นายสมศักดิ์ ได้ยื่นคำคัดค้านแล้ว  

ภายหลัง องค์คณะฯ จึงนัดตรวจหลักฐานคดีเพื่อกำหนดวันไต่สวนพยานทั้ง 2 ฝ่าย ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสมศักดิ์ นั้น ป.ป.ช. ยังได้ชี้มูลความผิดอาญา ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ จากกรณีนายสมศักดิ์ มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. , รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวม 8 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.40 ซึ่งป.ป.ช. ตรวจสอบพบว่า มีเงินของนายสมศักดิ์ จำนวน 28 ล้านบาท กระจายใน 21 บัญชี แต่ไม่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.โดยมีชื่อผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์นั้น ป.ป.ช.ได้ฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 263 วรรคสอง และพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง  

ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ค.55 เป็นคดีหมายเลขแดง อม.3/2555 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาทตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 แต่ไม่ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา พร้อมทั้งห้าม นายสมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 2 ธ.ค.51 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคชาติไทย มีผลให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค และส.ส.พ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นต้นไปด้วย