วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิชา'แจงพรบ.ปปช. หวังอายุความคดีทุจริตหยุดลงหากหลบหนีคดี

"วิชา"แจงพ.ร.บ.ป.ป.ช. ฉบับ3 ที่แก้ไข หวังอายุความคดีทุจริตหยุดลงหากหลบหนีคดีทุจริต เอาผิดนิติบุคคลให้สินบน จนท.รัฐ โทษสูงสุดประหารชีวิต

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวเปิดโครงการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่3) พ.ศ.2558 ว่า เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 (UNCAC) จึงนำมาซึ่งการแก้ไขพ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อติดตามทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตและยักย้ายถ่ายเทไปต่างประเทศ หรือการติดตามทรัพย์สินคืนตามมูลค่าที่ได้ทุจริต ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ต่างจากกฎหมายอาญาการเอาผิดเอกชนไทยที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ รวมถึงการกำหนดไม่ให้นับอายุความหากผู้ต้องคดีทุจริตหลบหนี ระหว่างการดำเนินคดี หรือเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การหารือร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ จะเป็นผลดีให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ 

จากนั้นมีการบรรยายในหัวข้อ "สาระสำคัญแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่3) พ.ศ.2558 โดยนายวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาตร์ ม.รังสิตอดีตกรรมการป.ป.ช. ในตอนหนึ่งว่า ประเด็นแรกที่ได้แก้ไขในตั้งแต่ฉบับที่2คือ เรื่องของอายุความทางอาญาแต่ยังไม่ครบถ้วน โดยในฉบับนี้ หากหลบหนีหลังศาลมีคำพิพากษาแล้วให้อายุความหยุดลง และจะเริ่มนับอีกครั้งเมื่อกลับมารับโทษ แตกต่างจาอนุสัญญาสหประชาชาติฯ ที่ไม่ให้มีอายุความหรือให้อายุความยาวขึ้น 

นายวิชา กล่าวว่า ประเด็นที่สอง เรื่องการกำหนดฐานความผิดของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดว่านิติบุคคลเป็นตัวการ การจะไต่สวนนิติบุคคลได้ต่อเมื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ต่างจากประเทศอื่นที่มีอำนาจไต่สวนนิติบุคคล แม้ไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ จึงกวาดล้างการทุจริตได้ผลหลักสำคัญ คือ ไม่มีผู้ให้ก็ไม่มีผู้รับกฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับที่3จึงเป็นโมเดลว่า ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนระดับเริ่มต้น โดยเพิ่มเติมในมาตรา123วรรค2กำหนดความผิดนิติบุคคลที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศและต่างประเทศได้ เพื่อไม่ให้การทุจริตเบ็ดเสร็จ และเรื่องนี้ไม่ใช่ป.ป.ช.อยู่ดีๆก็ออกประกาศหรือร่างกฎหมายนี้ แต่เราให้นักวิชาการทำวิจัยในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย ฮ่องกงอย่างไรก็ตาม ทำให้ต้องติดตามเส้นทางการเงินโดยเฉพาะสัมปทานโครงการขนาดใหญ่ ต้องดูอย่างละเอียด นอกจากนี้ อาจจะต้องแก้ไขกฎหมายให้ใกล้เคียงกับ ป.ป.ง.ด้วย 

นายวิชา กล่าวว่า ประเด็นที่สาม คือ เรื่องกำหนดโทษความผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตโดยโทษประหารชีวิตนี้ต้องบอกว่ามีอยู่แล้ว เพราะนำมาตรา149 ในกฎหมายอาญาซึ่งตรงนี้เองทำให้เราไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ เพราะองค์กรนิรโทษกรรมสากลไม่ต้องการให้มีโทษประหารชีวิต หลายประเทศมองว่าประเทศที่มีโทษประหารคือประเทศล้าหลัง ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจและทำงานหนักเพื่ออธิบายกับต่างประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม เหตุที่ไม่ได้ตัดเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกฎหมายอาญา มาตรา149ที่ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐยังมีอยู่ และเราจัดการเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐไทยไม่ได้ ขอให้ทราบว่าเราทำอย่างไรกับในไทยก็ต้องทำกับต่างประเทศอย่างนั้น และต่อไปอาจมีข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือใช้กฎมายนอกอาณาเขตอีก