"ดีเอสไอ" แจ้งข้อหานายทุนบุกรุกอุทยานสิรินาถ ชี้ หลักฐานชัดใช้ส.ค.1 จากพื้นที่อื่นมาสวมทับ แฉหัวหน้าฝ่ายทะเบียนที่ดินทุจริตออกโฉนดหลบหนีตั้ง
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ดีเอสไอได้เรียกผู้ต้องหาคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 คดี ประกอบด้วยคดีพิเศษที่ 44/2558 กรณีที่มีการบุกรุกหน่วยพิทักษ์ป่าลายัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เป็นเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ตั้งอยู่ที่ม. 4 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยการตรวจสอบพบว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 20777 ในพื้นที่ดังกล่าวออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีการนำส.ค. 1 บินจากพื้นที่อื่นมาขอออกโฉนด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นทะเล เป็นไปไม่ได้ที่จะมีหลักฐานส.ค. 1 นอกจากนี้พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ลงนามออกโฉนดไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจ เป็นเพียงหัวหน้าฝ่ายทะเบียน ดีเอสไอเรียกแจ้งข้อกล่าวหาเอกชนที่เกี่ยวข้อง 3 คน ประกอบด้วย นายศรีเทพ เพชรกอ นายไพศาล และนายอานุภาพ เวชวนิชสนอง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมี 3 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 490 ล้านบาท
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวต่อว่า อีกคดีเป็นคดีพิเศษที่ 19/2558 กรณีบุกรุกที่ดินทับที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขารวก – ป่าเขาเมือง เนื้อที่กว่า 96 ไร่ โฉนดเลขที่42053 และ 42054 ม. 3 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งที่ดินมีสภาพเป็นที่เขาหรือภูเขา มีความลาดชันสูง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเกือบทุกแปลง แต่การตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นการทำเอกสารเท็จทั้งหมด มีการนำส.ค. 1 จากพื้นที่อื่นมาขอออกโฉนด แต่เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วพบตำแหน่งของส.ค. 1 ที่ปรากฏแท้จริงเป็นพื้นที่บ้านคน กรณีดังกล่าวมีหลักฐานชัดเจนที่สามารถแจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน โดยเอกชนที่เกี่ยวข้องเรียกแจ้งข้อกล่าวหา 5 คน และนิติบุคคล 1 บริษัท คน ประกอบด้วย นายอเนก ลีประชา นายนิคม บำรุงสิน นายสุรชัย เหล่าสายเชื้อ นางศุสวดี หรือชมชนก สุธัมมา นายกราแฮม แฟรง บิ๊บบี้ และบริษัท เดอะ แฟร์ เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด มูลค่าความเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท เบื้องต้นทั้ง 2 คดีได้แจ้งข้อกล่าวหาหลายข้อทั้งบุกรุกป่าสิรินาถ ป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งสองแห่งยังไม่พบการเข้าไปใช้ประโยชน์ มีเพียงการปลูกสร้างเล็ก ๆ เช่นห้องน้ำ ซึ่งกรณีที่ดินป่าเขารวก –ป่าเขาเมือง พบว่าก่อนหน้านี้มีการพาคนไปดูพื้นที่เพื่อซื้อขาย ดังนั้นจึงต้องแจ้งเตือนให้กรมที่ดินชะลอการทำนิติกรรมและระงับการโอนขายที่ดินทั้ง 2แปลงนี้
"หลังแจ้งข้อหากล่าวดีเอสไอจะเร่งสรุปสำนวนสั่งฟ้อง พร้อมส่งเรื่องให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนต่อไป. ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกระทำผิดดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวนต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน สำหรับนายธวัชชัย อนุกูล หัวหน้าฝ่ายทะเบียนที่ทุจริตออกโฉนดที่ดินหลบหนีความผิดไปตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมีประวัติออกโฉนดในจ.ภูเก็ต 800 แปลง และยังพบพฤติกรรมออกโฉนดที่ดินใน จ.สุราษฎร์ธานีและพังงาด้วย"พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว





