วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงสเปค 'โฆษกกระทรวง' ที่นายกฯต้องการ

โฆษกรัฐบาล แจงสเปคโฆษกกระทรวง ที่นายกฯต้องการ หวังให้เป็นโฆษกคลัสเตอร์ของแต่ละกลุ่มงาน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่นถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งโฆษกกระทรวง เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้แต่งตั้งเมื่อการประชุมครม.เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมาแล้ว2 สัปดาห์ว่า ตนไม่ได้ติดตามเรื่องแต่งตั้งโฆษกกระทรวง แต่เรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ให้ครม.รับทราบและพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สั่งการถือเป็นข้อสั่งการและเป็นมติครม.ว่าทุกกระทรวงต้องไปคัดเลือกโฆษกกระทรวง โดยรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แล้วให้ส่งรายชื่อทั้งหมดมาที่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ทุกท่านรับทราบ เพราะของเดิมรัฐมนตรีอาจจะตั้ง ปลัดอาจจะตั้ง แต่ครม.ก็ไม่ได้รับทราบว่าใครเป็นโฆษกกระทรวงไหน มีหน้าที่ในการปฏิบัติแต่ผ่านมาระยะหนึ่งก็ไม่ได้ปฏิบัติเต็มที่ ดังนั้นการบีบบังคับให้ปฏิบัติเต็มที่คือทำให้ดูเป็นทางการว่าครม.ได้เห็นชอบรายชื่อโฆษกทุกกระทรวง มีตัวตน มีหมายเลขโทรศัพท์ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ประสานงานระหว่างโฆษกกระทรวงกับโฆษกรัฐบาล เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร มีตัวเลือกมากขึ้น

ส่วนการปฏิบัติตัวของโฆษกกระทรวง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ทุกคนต้องเข้าถึงแหล่งข้อมูลของตัวเองให้ชัดเจน เช่น เป็นโฆษกของกระทรวง ในกระทรวงฯมีหลายกรม อย่าไปคิดว่าตัวฉันมาจากกรมนี้แล้วได้ข้อมูลแค่กรมเดียวก็ไม่ได้ คุณก็ต้องทำหน้าที่ในการประสานข้อมูลของทุกกรมภายในกระทรวง ต้องเป็นคนที่พูดแทนรัฐมนตรี พูดแทนปลัดกระทรวง พูดแทนอธิบดีทุกกรมได้ และทุกกรมเมื่อรู้ว่าคนนี้คือโฆษกกระทรวงของเราที่ทำหน้าที่เวลาเขามาติดต่อขอข้อมูลก็ต้องให้ข้อมูลเขา ตรงนี้จะทำให้มีช่องทางในการชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามันจะมารวมศูนย์ที่ตรงกลาง เช่น วันนี้ครม.เห็นชอบในร่างกฎหมายนี้ หลักการสำคัญเป็นอย่างนี้ แต่ว่าพอออกเป็นกฎหมายแล้วไม่ใช่ว่ามันจบแล้ว เพราะตามขั้นตอนต้องผ่านสภาฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บางฉบับมีผลบังคับใช้ทันที บางฉบับต้องรอเวลา 60 วันหรือ 180 วัน หรือ 360 ซึ่งจุดนี้บางครั้งสังคมลืมไปแล้ว

“อย่างกฎหมายมรดก ก็จะมีผลบังคับใช้ภายในกุมภาพันธ์นี้ ดังนั้นใกล้ๆที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้โฆษกกระทรวงหรือทีมของกระทรวงจะต้องออกมาชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่ากฎหมายนี้เคยผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง ผ่านครม.เมื่อไร ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อไร มีการปรับปรุงอย่างไร สาระสำคัญเป็นอย่างไร จะมีการประกาศใช้วันไหน พี่น้องประชาชนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไร เพราะถ้าไม่แจ้งเตือนแบบนี้ บางครั้งคนไม่รู้ แล้วก็ฝืนและมึนไป ก็กลายเป็นว่าประชาชนทำผิดกฎหมายโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย แล้วกฎหมายเป็นอะไรที่อ้างไม่ได้ว่าไม่รู้ ดังนั้นเพื่อให้คนไม่ทำผิดกฎหมาย สังคมรับรู้ ช่วยชี้แจงส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงตัวเอง ไม่ใช่เอาทุกอย่างมารวมที่ศูนย์หมด เชื่อว่าจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้การทำความเข้าใจกับสังคมดีมากขึ้น”

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี จะมีเวลาว่างมากขึ้น ท่านนายกฯบอกว่าเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องเฉพาะทางที่บางครั้งคนเป็นโฆษกก็ไม่สามารถอธิบายชี้แจงได้เข้าใจได้ เพราะถ้าเป็นข้อมูลลึกท่านจะต้องช่วยโฆษกอธิบายเพิ่มเติมด้วย เพราะทุกคนต้องทำหน้าที่ทั้งการบริหาร บังคับบัญชาและทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้วย ส่วนการแต่งตั้งโฆษกกระทรวงฯจะเสนอเข้าครม.ได้เมื่อไรนั้น ตนตอบไม่ได้ แต่ว่านายกสั่งการไปแล้ว ดังนั้นการทำความเข้าใจกับสังคมเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ในเมื่อรับภารกิจไปแล้วทุกคนก็ต้องเฟ้นหาคนของตัวเองแล้วรีบเสนอครม.โดยเร็ว

“แต่นายวิษณุยังเสนอในที่ประชุมว่า จะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่ประสานหรือเป็นโฆษกของกลุ่มคลัสเตอร์ด้วยนะ คล้ายๆเป็นเหมือนกับเป็นโฆษกของกลุ่มงาน เพราะบางเรื่องมันต้องบูรณาการกัน เช่น กลุ่มเศรษฐกิจ ที่ประกอบด้วยหลายกระทรวง อาจจะต้องมีโฆษกของกลุ่มงานเศรษฐกิจหรือไม่ ก็ต้องลองพิจารณาดู หรืออาจจะเป็นการตั้งผู้ประสานงานว่ากรณีอย่างนี้มีความเกี่ยวพันกับกระทรวงไหนบ้าง จะต้องมีผู้ประสานงานหรือหาโฆษกสักกระทรวง แต่ไม่ใช่ลักษณะที่บอกว่าโฆษกของเราเกี่ยวพันมากที่สุดจะต้องทำหน้าที่ประสาน ก็จะเป็นความยากในการทำงาน ก็ต้องไปพิจารณาดู”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว