วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลัดยธ.เผยมติตั้งรางวัลนำจับผู้ต้องหาหนีหมายจับ

ปลัดยธ. เผยวงประชุมแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ มีมติให้ตั้งรางวัลนำจับ ผู้ต้องหาหนีหมายจับ

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ว่า ที่ประชุมมีมติให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ไปดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้มีการนำเงินกองทุนในคดีค้ามนุษย์ของ พม.มาใช้เป็นรางวัลให้กับผู้ให้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับ ในส่วนอัตราเงินรางวัลเร่งรัดให้พม. เร่งกำหนดกรอบอัตราให้ชัดเจน และให้ประกาศให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 20 ม.ค.นี้ คาดว่าการกำหนดให้มีเงินรางวัลนำจับและค่าใช้จ่ายการติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับจะทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้มากขึ้น เนื่องจากเป้าหมายการประเมินอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้น้ำหนักกับการจับกุมดำเนินคดีให้มากขึ้น ดังนั้น จึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อทำให้ได้ตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรม ส่วนรางวัลนำจับผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีอาญาทั่วไปยังไม่มีการหยิบยกมาหารือในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีรายละเอียดจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการเพื่อแก้ไขกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวจากระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าประเด็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับภายหลังได้รับประกันตัวเป็นปัญหาในกระบวนการยุติธรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ต้องหาคดีสำคัญส่วนใหญ่จะหลบหนีหลังได้รับการประกันตัวจากศาล แต่ไม่มีหน่วยงานติดตามจับกุม เพราะตำรวจมองว่าเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีในชั้นศาล กรณีที่ต้องติดตามตัวไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายกับต้นสังกัดได้ ขณะที่ศาลมองว่าเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิดชอบ ท่ีผ่านมาจึงมีแนวคิดจัดตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญาเพื่อทำหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับโดยเฉพาะ แต่สำนักงานดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานได้จริงและไม่คุ้มค่ากับระบบงบประมาณต่อมาถูกยุบหน่วย จึงเป็นที่มาของการเสนอตั้งรางวัลนำจับกับผู้แจ้งเบาะแส เพื่อจูงใจผู้ที่พบเห็นคนร้าย และยังเป็นการเปิดช่องให้สามารถเปิดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ศาลได้ ระยะแรกจะนำมาใช้กับคดีค้ามนุษย์ก่อน เพราะพม. สามารถบริหารจัดการได้เอง ส่วนผู้ต้องหาคดีอาญาอื่นยังต้องแก้กฎหมายอีกหลายขั้นตอน ทั้งนี้ ยอมรับว่าไทยมีจุดอ่อนเรื่องการติดตามผู้ต้องหาหลบหนีคดี ซึ่งคดีที่มักมีการหยิบยกมาพูดถึงทุกครั้งที่มีการหารือในระดับนานาชาติมี 2 คดีสำคัญคือ คดีสังหารแรงงานพม่าแล้วฝังศพไว้ภายในไร่ ซึ่งผู้ต้องหาคือนพ.สุพัฒน์ ได้รับประกันตัวและหลบหนีคดี และคดีนายจ้างสองสามีภรรยาทรมานแรงงานเด็กรับใช้กะเหรี่ยงอายุ 12 ปี ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คดีหลบหนีหลังได้ประกันตัวจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้