นายกฯยอมรับทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายนั้นยาก เพราะขัดแย้งสูง วอนทุกฝ่ายยุติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า การสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายเป็นเรื่องที่ยาก เข้าใจว่า ความขัดแย้งที่ผ่านมาสูงมาก วันนี้หยุดได้ระดับหนึ่ง ทุกฝ่ายยังคงสงบด้วยกฎหมาย และคสช. แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ประปราย แล้วก็ในอนาคต ก็คาดว่ายังคงมีอยู่
"ขอให้เลิกเถอะครับ สงสารประเทศชาติบ้านเมืองบ้างนะ เรากำลังเริ่มการปฏิรูป ก่อนที่จะกลายเป็น “รัฐล้มเหลว” นะครับ ทั้งความมีเสถียรภาพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ วันนี้จากสิ่งที่ผมได้พบเห็นและได้ทำงานมา ระยะเวลาเกือบ 2 ปีมานี้ หลายประเทศนะครับเขาไม่ได้รังเกียจรัฐบาลเพราะว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจด้วยนะครับ เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การสัญจรไปมาของประชาชนของแต่ละประเทศเขาก็แยกประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ ออกจากกันนะครับ มีการเจรจากับรัฐบาล คสช. นี้จากหลายประเทศ บางประเทศนี่ได้หยุดความสัมพันธ์ไปพอสมควร วันนี้ก็กลับมาใหม่แล้ว เอาไว้ว่ากันทีหลัง ก็มีการเจรจาขอเพิ่มเติม ขอเพิ่มความสัมพันธ์ เรื่องโน้น เรื่องนี้มากมายนะครับ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจ ไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วก็ชื่นชมยินดีกับความสำเร็จ ในการทำงานแก้ไขปัญหาของเราในปัจจุบันนะครับ สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เราทำอยู่แล้วนี่ จะมีผลกระทบในทางที่ดีกับกับเขาด้วย เขาเข้าใจ ตลอดจนให้การสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย เขาเห็นมีความก้าวหน้ามาตามลำดับนะครับ ตาม Roadmap ที่ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงนะครับ เพื่อต้องการนำประเทศชาติไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ที่เป็นสากล แล้วก็เข้มแข็ง ยั่งยืนนะครับ"
แต่ก็มีคนไทย นักการเมือง บางคน บางกลุ่ม บางพรรค ก็ยังคงพยายามทำร้ายรัฐบาล ให้ร้าย คสช. เป็นคนไทยด้วยกันเองทั้งนั้นแหละ ทุกคนก็พยายามบิดเบือน พยายามให้ร้ายว่าต่างประเทศ ไม่ยอมรับเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ยอมรับกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม คือตัวเองก็ไม่ยอมรับกฎหมาย ไม่รับยุติธรรมอยู่แล้ว ต้านมันทุกอย่าง เพราะฉะนั้นที่ถามกันว่าเอ๊ะ “คนดี” เป็นอย่างไร ตนว่าคนเหล่านั้น น่าจะเป็น “คนไม่ดี” ถ้าหลายคนถามว่า “คนดี - ไม่ดี” เป็นอย่างไรให้คนเหล่านี้ที่ถามมากลับไปถามตัวเองซิว่า ตัวเองทำดีหรือยัง ก็อาจจะเห็นคำตอบก็ได้
“ท่านอาจจะใจร้าย ไม่ชอบผม ไม่รักผม แต่กับประชาชนนั้นไม่ได้ครับ กับประเทศชาติยิ่งไม่ได้ใหญ่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นด้วยตัวเอง จากกลุ่มเดียวกันเองนะครับ ช่วยกันแก้ไข ปรับปรุง รับผิดชอบ เข้ากระบวนการยุติธรรม ร่วมกันแก้ไขปัญหา เพราะตัวเองก็มีส่วนร่วมในการสร้างปัญหาทั้งสิ้น วันหน้าการปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้
วันนี้ถ้าหากเราทำเรื่องปรองดองรวดเร็วเกินไป ไม่รอบคอบ มีความขัดแย้ง มี 2 ฝ่ายเสมอ แล้วก็ฝ่ายหนึ่งก็มุ่งให้สันติ อีกฝ่ายหนึ่งก็มุงแต่จะนิรโทษ มันก็จะไปได้อย่างไร เพราะงั้นสิ่งที่ผมพยายามใช้เวลาที่มีอยู่ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ อย่าเพิ่งไปรีบตั้งคณะขึ้นมา เดี๋ยวก็เปิดประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก ผมไม่ได้ไม่อยากไม่ปรองดองนะ แต่ผมไม่อยากจะใช้การนิรโทษ โดยใช้อำนาจผม ไม่ใช้กฎหมาย ในขณะที่ทุกพวกทุกฝ่ายยังคงขัดแย้งกันอยู่ในปัจจุบันนะครับ มันก็จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตอีกแน่นอนนะครับ”
ถ้าเราทำอะไรได้ตอนนี้ ที่มันไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่เรื่องจริง มันก็เป็นการสร้างภาพลวงตา ซึ่งอาจจะปะทุขึ้นใหม่ ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองอีกเหมือนเช่นเดิม คอยติดตามดูว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน อย่างไร ช่วงนี้เป็นช่วงร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงการเตรียมการทำประชามติ ช่วงเลือกตั้ง แล้วก็เรื่องหลังเลือกตั้ง ลองดูนะ ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ต่อไป มันจะวุ่นวายแค่ไหน ทุกคนยังไม่ร่วมมือกันแก้ไข ยังคงให้ร้ายกันไปกันมาอยู่แบบนี้ รัฐบาลก็พยายามจะอดทนอย่างยิ่ง





