วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จ่านิว'อ่านแถลงการณ์ ไม่สนกระบวนการยุติธรรม

"จ่านิว" และพวกอ่านแถลงการณ์ ไม่สนกระบวนการยุติธรรม หลังถูกศาลทหารออกหมายจับ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟธนบุรี ทำการออกหมายเรียก นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว อายุ 23 ปี แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ พร้อมกับพวกรวม 11 คน ที่นัดหมายรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริตการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ในข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่3/2558 ข้อ12 โดยมีนักศึกษาจำนวน 5 คนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เหลือแกนนำเพียงจำนวน 6 คนที่ถูกออกมายจับดังกล่าว

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 23 ปี  แกนนำนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 22 ปี น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ อายุ 22 ปี นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 23 ปี และนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ อายุ 29 ปี ร่วมอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 3 แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบเผด็จการ หลังถูกศาลทหารออกหมายจับ กรณีรวมตัวกันจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปตรวจสอบการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558

โดยแถลงการณ์มีใจความว่า “เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา พวกเราทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้รับหมายเรียกจากการเข้าร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ จึงได้แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบเผด็จการ และวันนี้ กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบเผด็จการก็ออกหมายจับพวกเราในที่สุด นี่คือรางวัลที่บุคคลจะได้รับ จากการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นภายใต้การรัฐประหาร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุทยานราชภักดิ์  ทั้งข้อกังขาที่ยังคงถูกปกปิดอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งท่าทีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกองทัพที่ไม่มีความจริงใจในการเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชน ทั้งเห็นชะตากรรมที่ผู้มุ่งจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องประสบ ได้แสดงให้เห็นจนเป็นอันสิ้นสงสัยแล้วว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริตจริง และย่อมกล่าวได้ว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ ได้แก่ คสช. และกองทัพ เป็นผู้ที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง โกงกินประเทศชาติ ต่อจากนี้ พวกเราและเพื่อนพ้องผู้รัประชาธิปไตย ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จะขอเดินหน้าทำกิจกรรมตรวจสอบการดำเนินการต่างๆ ในอนาคตของ คสช. เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดควรจะได้รับ รวมถึงทำกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการขับไล่เผด็จการ ทวงคืนระบอบประชาธิปไตย อย่างที่พวกเราเคยทำต่อไป ท้ายสุดนี้ พวกเราขอยืนยันในคำพูดที่เคยกล่าวไว้ พวกเราจะมาหนีไป จะขอใช้ชีวิตอย่างเปิดเผย จะขอทำในสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่นมาตลอด และจะขอต่อสู้กับเผด็จการให้ถึงที่สุด” น.ส.ชลธิชา กล่าว

น.ส.ชลธิชา กล่าวอีกว่า ยอมรับว่ากลัวการถูกออกหมายจับ กังวลในหลายๆอย่าง แต่เราก็พยายามต่อสู้ เพื่อแสดงจุดยืนให้ถึงที่สุด พร้อมขอต่อสู้กับการปกครองแบบเผด็จการ และเชื่อว่าหากตนเอง และเพื่อนถูกจับ สมาชิกในกลุ่มที่เหลือก็จะมีการเคลื่อนไหว  ส่วนกรณี ปรากฏคลิปของ นายธเนตร อนันตวงษ์ อายุ 25 ปี  อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านนั้น (ลาว) ตนยังไม่ได้ติดต่อมา แต่เท่าที่ดูคลิปเชื่อว่า น่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดี และยอมรับการตัดสินใจของเพื่อน

นายสิรวิชญ์  กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่มีการทุจริตจริง คงไม่การควบคุมตน และพวกในวันที่ 7ธันวาคมที่ผ่านมา อีกทั้งทางกระทรวงกลาโหม มีท่าทีปกปิดข้อมูลไม่ยอมให้ตรวจสอบ ขณะที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาพูดข่มขู่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่มีความกังวลและจะไม่ยอมเข้ากระบวนการ เพราะตนมองว่ากระบวนการดังกล่าวไม่มีความถูกต้อง ทั้งนี้ตนและพวกยังยืนยันจะต่อต้านการทำงานของรัฐบาลชุดนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านแถลงการณ์แล้วเสร็จ ได้มีการนำหมายเรียกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาพับเป็นรูปนก กระดาษ ซึ่งเป็นกิจกกรมเชิงสัญลักษณ์ “เพื่อสื่อถึงประชาชนที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการเรียกร้องประชาธิปไตย เสรีภาพและความยุติธรรม ด้วยสันติวิธี แม้ต้องเผชิญกับการตุมคามจากเผด็จการทหาร ก็ยังคงยืนหยัดในแนวทางการต่อสู้ของตนต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิรวิชญ์  ได้นำหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่มีการพาดหัวข่าวว่า “สั่งจับพวกจ่านิว ผบ.ตร.สั่งศรีวราห์ลุย” พร้อมทั้งกล่าวว่า “ศรีวราห์จะลุยก็ลุยเลย” 

จากนั้นได้มีชาวบ้าน ได้เดินเข้ามาพูดคุยกับ นายสิรวิชญ์ พร้อมกล่าวว่า “อย่าพูดแต่เรื่องอุทยานราชภักดิ์ แต่ให้พูดเรื่องจำนำข้าว และราคายางด้วย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน” พร้อมทั้งตะโกนว่า “นิวสู้ๆ”

พ.ต.ท.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ สว.ส.รฟ.ธนบุรี  กล่าวว่า ในวันนี้ ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกว่า 40 นาย พร้อมตั้งจุดตรวจสกัด 2 จุด รอบพื้นที่ หลังได้รับการประสานว่า  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว พร้อมพวก ได้เตรียมอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ตำรวจจึงได้มีการประชุมหารือ และรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อถึงเวลากลุ่มนักศึกษากลับมีการกระจายตัวตามจุดต่างๆ ก่อนจะมีการอ่านแถลงการณ์ที่สถานีรถไฟธนบุรีดังกล่าว ส่วนที่เจ้าหน้าที่ไม่แสดงตัวเข้าจับกุม เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นไปตามกระบวนการที่ผู้ต้องหาต้องการ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่ามีความหนักใจในการทำคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งหมายจับไปตามสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกจุดแล้ว ส่วนกรณีนายธเนตร อนันตวงษ์ ที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ.จากประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่าน่าจะเป็นการหลบหนีผ่านด่านธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ทางผู้บังคับบัญชา ก็ได้กำชับให้ทำตามกฏหมาย และหากพบผู้ต้องหาสามารถจับกุมตัวได้ทันที