วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฎีกาไต่สวนพยานโจทก์ 2 ปาก คดีจำนำข้าว นัดอีก17ก.พ.

ศาลฎีกาไต่สวนพยานโจทก์ 2 ปาก คดีจำนำข้าว นัดอีกครั้ง 17 ก.พ.นี้ ด้านอดีตนายกฯ ปัดไม่ขอแสดงความเห็นพยาน ระบุทนายซักเต็มที่แล้ว

นายนิพนธ์ พัวพงศกร อดีตประธานทีดีอาร์ไอ ได้เบิกความซักค้านทนายจำเลยต่อจากช่วงเช้าว่า โครงการประกันราคาข้าวในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีผลขาดทุน 1.3 แสนล้านบาท แต่บางช่วงที่ผลผลิตมีราคาเกินจากราคารับประกันที่รัฐตั้งไว้ ทางรัฐจะเป็นฝ่ายชดเชยส่วนต่างให้ โดยประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศก็ใช้วิธีนี้ และยอมรับว่าโครงการประกันราคาข้าวเป็นการแทรกแซงราคา แต่ไม่ถือว่าแทรกแซงกลไกตลาด ขณะที่ในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการรับจำนำข้าวได้เพียงร้อยละ 50 ซึ่งข้อจำกัดจึงไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่เนื่องจากโรงสีที่อยู่ในโครงการมีจำนวนน้อย และเกษตรกรไม่ได้นำพื้นที่เพาะปลูกมาจดทะเบียน รวมถึงมีการสวมสิทธิ์ ทำให้ไม่สามารถเข้าโครงการได้ เกษตรกรบางส่วนจึงต้องขายข้าวให้กับโรงสีที่ได้สิทธิ์ ผลประโยชน์จึงไม่ได้ตกอยู่กับเกษตรกรที่มีฐานะยากจน แต่กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์คือเกษตรกรที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป 

นายนิพนธ์ เบิกความต่อว่า แม้โครงการจะปิดบัญชีไปแล้ว แต่ในภาพรวมยังไม่มีการปิดบัญชี เพราะยังขายข้าวไม่หมด ซึ่งทำให้ไม่มีวินัยทางคลัง ส่วนที่พยานทำรายงานเกี่ยวกับความเสียหายของโครงการแล้วไม่มีหน่วยงานรับรอง เพราะพยานไม่ได้ทำรายงานเสนอรัฐบาล จึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานใดมารับรอง และการตรวจข้อมูลตัวเลขความเสียหายในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ พบว่าตัวเลขความเสียหายจำนวน 5.3 แสนล้านบาท ก็ตรงกับผลการตรวจสอบโครงการในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในตัวเลขดังกล่าวยังพบว่ามีการทุจริตถึง 80,000-100,000 ล้านบาท พยานขอให้ศาลเรียกข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์มาตรวจสอบด้วย

อย่างไรก็ตาม จากข้อสันนิฐานของพยานโดยอ้างอิงจากสถิติของหน่วยงานราชการ เชื่อว่ามีการนำข้าวที่รับจำนำแล้วรอบ 3 มาสวมคืนรอบ 4 ซึ่งการตรวจสอบพบว่าข้าวรอบ 4 ที่มีอยู่มากและเป็นข้าวที่มีคุณภาพต่ำ นอกจากนี้ การใช้เงินนอกงบประมาณของโครงการนี้ใช้มากถึง 860,000 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าวงเงินที่ตั้งไว้ 5 แสนกว่าล้าน และการขาดทุนของโครงการนี้มีผลผูกพันเปรียบเสมือนมัดมือรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถจ่ายเงินช่วยชาวสวนงานได้ 

การตั้งราคาจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 50 ทำให้เราส่งออกไม่ได้ นโยบายของรัฐในการช่วยเหลือชาวนานั้นไม่ผิด แต่ต้องไม่ทำลายระบบที่มีการแข่งขัน ซึ่งเรื่องนี้ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 88 วรรคแรก ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับ ปรส. ที่นำเงินรัฐบาลไปอุ้มสถาบันการเงิน ในช่วงวิกฤตประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศล้มละลาย จะต่างกับโครงการรับจำนำข้าวที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอุ้ม

ภายหลังเวลา 16.30 น. ศาลไต่สวนพยานอัยการโจทก์เสร็จ 2 ปาก แล้ว นายนิพนธ์ อดีตประธานทีดีอาร์ไอ ได้ยื่นเอกสาร 2 ชุด พร้อมแผ่นซีดี 1 แผ่นส่งศาลประกอบการไต่สวน โดยศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์ ปากต่อไปในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น.

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ จำเลยคดีจำนำข้าว กล่าวว่า วันนี้ได้สืบพยานโจทก์ 2 ปาก จากนี้ต้องเดินทางมาศาลทุกเดือนเพื่อฟังการสืบพยาน 

เมื่อถามว่า รู้สึกห่วงหรือหนักใจ กับการเบิกความของอัยการหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ขอให้ความคิดเห็นหรือพูดอะไร เพราะวันนี้ยังเป็นแค่ช่วงเริ่มต้น แต่ถือว่าทนายความทำทุกอย่างเต็มที่ โดยยังจะต้องเดินทางมาศาลสืบพยานอีกในวันที่ 17 ก.พ. ซึ่งต้องมาฟังการสืบพยานกำหนดนัดเดือนละ 2 ครั้ง 

เมื่อถามถึงการอุทธรณ์คดีที่ได้ยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด และคณะทำงานอัยการคดีจำนำข้าว ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่สรุปสำนวนฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม 

ด้านนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทีมทนายความ กล่าวว่า ได้มีการยื่นอุทธรณ์คดีจริง หลังจากศาลอาญา ไม่รับฟ้อง หลังจากนี้ต้องรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ว่าจะมีคำสั่งเมื่อใด และจะให้รับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ 

ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดไต่สวนพยาน 4 ปาก แต่วันนี้สามารถไต่สวนพยานได้เพียง 2 ปาก ส่วนอีก 2 ปากศาลเลื่อนไปไต่สวนนัดอื่น ส่วนการไต่สวนพยานในวันที่ 17 ก.พ.นั้น ได้กำหนดพยานไว้ล่วงหน้าแล้ว ในส่วนของทีมทนายความถือว่าได้ทำหน้าที่ซักค้านอย่างดีที่สุด เพื่อทำให้ศาลเห็นถึงข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การชั่งน้ำหนักในชั้นการพิจารณา ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาล ขณะนี้ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาล 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ออกมาพบปะพูดคุยกับมวลชนที่มาปักหลักให้กำลังใจที่ด้านหน้าศาลฎีกาฯตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมวลชนยังคงตะโกน ให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์สู้ๆ