วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯย้ำเจตนาบริสุทธิ์ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

นายกฯ เยี่ยมอาคารใหม่ก.ล.ต. ย้ำเจตนาบริสุทธิ์ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เน้นสร้างความเข้าใจไม่ต้องการแบ่งชนชั้น ยันไม่ปลดรมว.เกษตรฯ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมก้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมชมอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งใหม่ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปบทบาทความสำคัญของตลาดทุนและแผนพัฒนาตลาดทุน พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่คณะผู้บริหารและผู้แทนองค์กรในสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย 

โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้มาตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่อีกครั้ง ส่วนใหญ่มีแต่พูดคำหวานฟังสบายใจ แต่ตนเป็นคนพูดดุเดือดซึ่งนายสมคิดบอกตนเสมอว่าให้อารมณ์ดี ตั้งแต่ปีใหม่ตนเป็นคนดีมาทุกวันแล้ว การมาที่ตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้ ตนเป็นทหารก็ต้องมารับฟัง เพราเรียนแต่เศรษฐศาสตร์การทหารต้องใช้เงินที่มีอยู่น้อยให้เกิดประโยชน์ที่สุด แต่ตลาดหลักทรัพย์เป็นการทำเงินต่อเงิน ซึ่งต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนรับรู้ ว่าการทำหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดทุนดีอย่างไร ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการปลุกปั่นแยกชนชั้น หาว่าตนดูแลแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งที่ทำทุกอย่างให้ทุกคน แต่ก็เลือกที่จะพูด ตนมีเจตนาบริสุทธิ์ในการขับเคลื่อนทำทุกอย่างเพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น

"ทุกเรื่องมีวาทกรรม ผมทนไม่ได้ก็ต้องอธิบายคน ต้องการให้เห็นความจริงใจ สิ่งที่ทำไปแล้วขอให้มองอย่างเป็นธรรม แต่ยอมรับว่าการปฏิรูปมีทั้งคนได้ คนเสีย อยากให้มองภาพรวมของประเทศ แต่ถ้ารู้หน้าที่ก็จะไปสู่การเชื่อมโยงกันได้ แต่สิ่งสำคัญต้องมีความสุข ฉลาด พูดจาไพเราะ แต่ไม่ค่อยมีคนฟังตน ฟังแต่รายการข่าวตอนเช้า ข่าวเด่นคือดาราตบกันหรือตามล่าหาควายเผือก หาควายพ่อ ความแม่ มีแต่ข่าวจับฉ่าย ผมไม่ได้ว่า แต่ต้องมีน้ำดีอยู่บ้าง เข้าใจว่ามีการตลาด แต่มันไม่พัฒนา ไม่เกิดการเรียนรู้ ผมไม่ได้ว่าเพราะสื่อจรรยาบรรณเป็นเลิศ ผมบังคับไม่ได้อยู่แล้ว แต่พอพูดเริ่มเปิดสงคราม ซึ่งไม่ใช่ ผมรักทุกคน แต่เมื่อทำงานอย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยด้วย เสนอสิ่งที่รัฐทำ ให้สมดุลกับคนที่ดึงขาผมอยู่ ไม่ใช่ให้ดึงขาอยู่ทุกวัน แล้วจะปฏิรูปได้อย่างไร ประชาชนจะได้เลือกเสพข่าว ให้ความรู้ประชาชน เพราะทุกวันนี้ถ้าไม่อ่านสื่อ เสพโซเชียลก็โง่ แต่ถ้าเชื่อมากก็บ้า มันต้องมีทั้ง 2 ทาง"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ต้องแก้ไขทำอย่างไรให้ผู้ที่เสียภาษีเข้ามาอยู่ในระบบ เรามีทะเบียบผู้ที่เสียภาษีต้องมี 10 ล้านคน แต่เก็บได้จริงแค่ 3.5 ล้านคน ทำอย่างไรให้คนที่เหลือมาเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ใช่มีข้อยกเว้นจนเหลือแต่ข้าราชการที่เสียภาษีมากที่สุด แล้วบอกว่าข้าราชการมีเงินเดือนมีรายได้ มีสวัสดิการ ทั้งที่เป็นไปตามหลักของพรบ.เงินเดือนข้าราชการอยู่แล้ว 

นายกฯ กล่าวว่า กฎหมายมาตรา 44 ตนจะไปใช้อย่างไรให้ราคายางดีขึ้น แต่ ม.44 มีเพื่อให้ทำงานได้ ดูกฎหมายแล้วเข้าไปเสริม เมื่อวานนี้มีหนังสือพิมพ์เขียนว่าตนจะไปปลดรมว.เกษตรและสหกรณ์ ตนจะเพิ่มให้เขาสองขั้นด้วยซ้ำไป โดยทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนั้นทำงานเหนื่อยทั้งหมด เพราะปัญหาทับซ้อนแกะไม่ออก อะไรก็ตามต้องแก้ที่โครงสร้างต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ไม่ใช่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่พูด บูรณาการ แอคชั่นแพลน เหมือนที่ผ่านมา สั่งเลยให้ทำ ไม่ต้องแอคชั่น แต่ต้องมีการทำแผนงานโครงการอยู่แล้ว

ตนพยายามจะทำทุกอย่างให้เกิดขึ้นในปี 2560 ตามโร้แม็พ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญคือความร่วมมือและเสียสละ โดยการเจริญเติบโตในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้กำลังขับเคลื่อนประชารัฐอยู่ สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับล่าง ไม่ใช่รากหญ้า เดี๋ยวหาว่าไปแบ่งชนชั้นอีก เรียกว่ารายได้น้อย ตนไปต่างประเทศนั้นพูดเสียงดังทุกเวที เขาก็ดูว่าเอาจริงเอาจังดี ซึ่งตนพูดมีสาระดีอยู่แล้วไม่ต้องห่วง 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ที่เศรษฐกิจตกลง เพราะพวกธุรกิจผิดกฎหมายหายไปทำไม่ได้ คนเหล่านี้จึงเดือดร้อน วันนี้ต้องพัฒนาให้คนคิดเป็นไม่ยอมแพ้ต่อผลประโยชน์หรืออะไรก็แล้วแต่ ขอถามว่าทุกวันนี้กฎอัยการศึกมันเชื่อกันไหมคนดีนั้นเชื่อ คนไม่ดียังไงก็ไม่เชื่อ มันต้องเอาหลังพิงกำแพงบ้างถึงจะเชื่อ แต่ก็ทำไม่ได้ ส่วนมาตรา 44 ก็ไม่เชื่อ กลายเป็นว่าไม่เชื่อเพราะรัฐบาลนี้มาไม่ถูกต้องนั้นคนละเรื่อง กฎหมายคือกฎหมาย ต้องช่วยตนพูดทำความเข้าใจ ถ้าอยากให้ประเทศพัฒนาต้องเริ่มต้นด้วยกฎหมาย ไม่ใช่มีกฎหมายเพื่อสร้างปัญหา 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนไทยเก่งเรื่องทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ ที่ผ่านมาตนกับนายสมคิด ต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ไม่ได้เป็นห่วงว่าจะตาย แต่กลัวเป็นบ้าไปเสียก่อน การพัฒนารัฐบาลดำเนินการภายใต้นโยบายประชารัฐ โดยดึงภาครัฐ เอกชน และทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน ช่วยเหลือกันทุกระดับ และรัฐบาลยังให้ความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวและการลงทุน โดยมีมาตรการเพิ่มสิทธิพิเศษแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทุกอย่างต้องสามารถเริ่มต้นได้ก่อนการเลือกตั้งปี 2560 ขณะเดียวกันการจะทำอะไรก็ต้องมีการลดความเสี่ยง 

นายกฯ กล่าวว่าต่อว่า วันนี้คนไทยมีความสุดโต่ง อะไรก็ทำไม่ได้ ทำให้การบริหารงานเป็นไปได้ยาก มีความแตกแยกทั้งคน และพระสงฆ์ ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินอย่างไรก็เหมือนจะผิดทุกทาง อย่างพระสงฆ์องค์หนึ่ง ตนไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย แค่เคยรู้จักตอนที่เป็นทหารและเคยทำบุญร่วมกัน แต่นักข่าวก็บอกว่าพระองค์นั้น เป็นพระอาจารย์ของสาม ป. ซึ่งพระองค์นั้นได้ลงทุนด้วยการออกเงินให้เรียนหนังสือเพื่อจะมาช่วยเหลือรัฐบาล ถ้าเช่นนั่นก็คงเป็นการวางแผนล่วงหน้าเป็น30ปี นี่ถือว่าเป็นการช่างเขียน ก็เขียนกันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนนิยายประโลมโลก 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเกษตรกรนั้น รัฐบาลพยายามช่วยเหลือให้ดีที่สุด และเห็นว่าจะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจต่อการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้หนี้สินของเกษตรกรถือเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งนี้ ตลาดทุนมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่เรามีปัญหามาก ซึ่งตอนแรกก่อนจะเข้ามา ไม่คิดว่าจะมีปัญหามากขนาดนี้ ปัญหาของเรานั้น ไม่ว่าจะจับอะไรก็เจอ วันนี้รัฐบาลกำลังแก้ไขทุกอย่างเพื่ออนาคต แล้วจะให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งหากทิ้งทุกอย่างในขณะนี้แล้วปล่อยให้มีการเลือกตั้งทันทีก็จะอันตราย ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาลงประชามติ ขอให้ทุกคนไปกันใช้สิทธิ์กันทั้งหมด ทุกคนมีสิทธิ์ มีเสียงของตัวเองขอให้ออกมาแสดงเจตนารมณ์ของตน 

"วันนี้ไม่ต้องทำให้คนมารักผม ให้คนมาเกลียดผมทั้งประเทศก็ได้ แต่ต้องทำให้ประชาชนมีความสุข เรากำลังเดินหน้าสู่การปฎิรูป หยุดความขัดแย้งออกกฎหมาย เพื่อให้ประเทศเดินหน้า สำหรับนักการเมือง ผมไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน แค่ท่านเป็นศัตรูกับกฎหมายก็แย่พออยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า ปีหน้าจะต้องทำงบประมาณใหม่ โดยทำตามเปอร์เซ็นต์ หรือสัดส่วนการใช้งบประมาณ และแผนงานที่วางไว้ โครงสร้างในประเทศโดยภาพรวม ต้องมีความเชื่อมโยงกัน วันนี้อะไรที่สามารถทำได้ เราจะทำทันทีเพื่อเตรียมทุกอย่างให้รัฐบาลหน้า

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องการส่งตัวผู้หลบหนีเจ้าเมืองกลับประเทศต้นทางนั้น เรามีกฎหมายอยู่ตัวเดียว คือกฎหมายผู้หลบหนีเข้าเมือง ที่มีการจับกุมนั้นไม่ใช่ต้องการส่งใครกลับประเทศไหน โดยมีหลายพวกหลายกลุ่ม ซึ่งเราปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และตนได้อธิบายกลับทางประเทศตุรกี ซึ่งมีการยอมรับในเหตุผลของตน แต่เขาก็บอกว่าขณะนี้ตุรกีก็ช่วยเหลือผู้อพยพชาวซีเรียจำนวนมากซึ่งตรงนั้นเราเห็นใจ แต่ไทยไม่ได้อยู่ในกระบวนการความขัดแย้ง ทุกเรื่องในโลกแค่เราขัดแย้งกันเองพอแล้ว ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปอีก แต่พอตนไม่พูดก็หาว่าปิดบัง เพราะถ้าพูดไปก็จะตื่นตระหนก ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลตรงนี้ 

"พอเขาเดือดร้อนที่ซีกโลกนู้นก็จะเอากับเขาด้วย แต่พอเขาสงบของเราก็มี ไม่มีจบ ต่อให้ตั้งกรรมการกี่ปรองดองก็ไม่จบถ้าไม่เริ่มที่ตัวเองก่อน ไม่ใช่เพื่อนิรโทษ จะยอมกันหรือไม่นิรโทษให้เสียงส่วนใหญ่ว่ามากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ทุกอย่างต้องเข้ากระบวนการกฎหมายก่อน ฝากไปบอกด้วยให้กลับมา ทั้งที่ที่ไปแล้ว และกำลังจะไป หรืออะไรก็แล้วแต่ อย่าหนีกันเลยเป็นภาระกันเปล่าๆ ผมไม่อยากให้ท่านลำบาก กฎหมายว่าอย่างไรก็ตามนั้น ซึ่งต้องช่วยกัน" นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังการมอบนโยบายนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ที่บริเวณชั้นใต้ดิน พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก