"คตช."มอบ"ศอตช." เปิดเผยข้อมูลสร้างถนนในท้องถิ่น ให้ประชาชนในพื้นที่รับรู้งบในการก่อสร้าง ด้านกรมบัญชีกลางปลื้ม
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.)ว่า ในส่วนของป.ป.ท.ในฐานะที่เป็นเลขานุการของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) ได้เสนอต่อที่ประชุมคตช.ในเรื่องที่ได้รับมอบหมายในเรื่องของการติดตามตรวจสอบมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือตำบลละ 5 ล้านบาท ได้เรียนว่าศอตช.ได้ให้คำแนะนำและคำปรึกษาให้กับส่วนราชการหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทุกจังหวัด และจัดชุดปฏิบัติการร่วมกับจังหวัดตรวจสอบเพื่อป้องปรามการทุจริต
นายประยงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้นำเสนอโครงการของขวัญปีใหม่ที่ศอตช. โดยกระทรวงยุติธรรม ที่ดำเนินการร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานรัฐบาลอีเล็กทรอนิกส์ ในการสร้างฐานข้อมูลในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและลดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ 7 พันกว่าแห่ง ในเรื่องของงานโยธา การก่อสร้างต่างๆที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะถนนหนทางที่มีความเสียหายและมีการซ่อมแซมทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีการดำเนินการโครงการที่ไหนอย่างไร เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบว่าถนนที่เพิ่งสร้างทำไมถึงมีความเสียหาย ถ้าได้รับความเดือดร้อนก็สามารถแจ้งมาป.ป.ท. เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและประสานให้อปท.ต้นสังกัดดำเนินการแก้ไข เนื่องจากป.ป.ท.ไม่มีอำนาจในการซ่อมถนน แต่มีอำนาจในการติดตามตรวจสอบส่วนราชการต่างๆที่ให้แก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น และที่ประชุมคตช.ยังมอบหมายให้ป.ป.ท.กำหนดราคากลางและแบบก่อสร้าง เพราะเป็นประเด็นสำคัญในการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้ากำหนดราคากลางที่สูงหรือต่ำเกินไป ไม่เป็นจริงก็จะไม่ตรงกับความต้องการ ดังนั้นจึงให้ศอตช.ไปหารือกันเพื่อหาราคากลางที่ถูกต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการก่อสร้างจะต้องมีแบบกลางในการก่อสร้างทั่วประเทศ
เลขาฯป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคตช.ยังเห็นชอบให้ศอตช.ไปดำเนินการจัดหาบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานในศอตช. ให้มีงบประมาณในการปฏิบัติงานที่สามารถทำงานได้จริง จึงให้ศอตช.ไปดำเนินการพิจารณาว่าจะให้บุคลากรที่มีหน้าที่ดำเนินงานด้านทุจริตคอรัปชั่นมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อปฏิบัติงานได้จริงและนอกจากนี้ที่ประชุมคตช.ยังมอบหมายให้ศอตช.ติดตามงานต่างๆที่เคยอนุมัติไป อาทิ ติดตามการบังคับใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ว่ามีปัญหาอย่างไร
ด้านนายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. กล่าวว่า วันนี้มีการรายงานระบบที่เรียกว่า “ภาษีไปไหน” ที่เป็นระบบที่พัฒนาร่วมกับกรมบัญชีกลางในการนำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการทำเป็นระบบที่ให้ข้อมูลกับประชาชนเข้าไปอ่านได้ โดยมีการเชื่อมข้อมูลเข้ากับแผนที่ จึงทำให้ประชาชนดูได้ว่าในพื้นที่ตัวเองมีโครงการอะไรที่หน่วยงานรัฐเข้าไปดำเนินการบ้างในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการสัญญาอะไรไปบ้าง ในพื้นที่ไหนและใช้เงินไปเท่าไร อย่างไรก็ตามที่ประชุมคตช.ได้แนะนำให้ต่อยอดทำเป็นแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ประชาชนดูโครงการก่อสร้างในพื้นที่แล้วถ่ายรูปและแจ้งมายังป.ป.ท.ได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
ขณะที่น.ส.ชุณหจิต สังขใหม่ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า เรื่องสัญญาคุณธรรมได้มีการดำเนินการมาแล้ว 1 ปี ผลงานที่ผ่านมาคือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ทำโครงการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้สัญญาคุณธรรม ซึ่งในปี 2558 มีทั้งหมด 12 โครงการที่จะใช้สัญญาคุณธรรม ส่วนปี 2559 มีอีก 12 โครงการเช่นกัน ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ในสัญญาคุณธรรมมีเรื่องของการมีผู้สังเกตการณ์ในสัญญาคุณธรรมของแต่ละสัญญาของโครงการ ที่ถือเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งผู้สังเกตการณ์เป็นบุคคลที่องค์กรต่อต้านการคอรัปชั่นและ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร. )เป็นผู้คัดเลือกผู้สังเกตการณ์ ที่ต้องมีการอบรม โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดี คือเมื่อผู้สังเกตการณ์ลงไปดูโครงการสำคัญ เช่น โครงการย้ายโรงงานยาสูบแห่งใหม่ไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็มีผู้สังเกตการณ์ไปร่วมด้วย ซึ่งโรงงานยาสูบก็เห็นถึงประโยชน์จึงได้ขอให้เพิ่มผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งหน่วยงานอื่นก็มีการรับรู้เรื่องผู้สังเกตการณ์มากขึ้น
ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคตช. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามา ทำให้อันดับต่างๆดีขึ้น โดยอันดับประเทศที่ได้รับความมั่นใจต่อการลงทุนอยู่ที่ 3 ของอาเซียน ในระดับโลกติด 1 ใน 50 ตรงนี้ถ้าเราสามารถให้ต่างประเทศรู้ว่าประเทศไทยมีโครงการเกี่ยวกับการปลุกจิตสำนึก การป้องกันและป้องปรามการทุจริต จะทำให้ความเชื่อมั่นและความสนใจในการเข้ามาลงทุนดีขึ้น และจากการที่นายรอลฟ ดีเตอร์ ดาเนียล (Mr. Rolf-Dieter Daniel) นายกสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็เพิ่งทราบว่าประเทศไทยมีโครงการเหล่านี้ด้วย ซึ่งนายสมคิดจึงขอให้รวบรวมผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งผลการประชุมคตช. การนำสิ่งที่ประชุมเข้าที่ประชุมครม. และครม.สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้วมีสัมฤทธิ์อะไรบ้าง ให้รวบรวมแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ เพื่อให้ต่างประเทศได้รับรู้ ก็เชื่อมั่นว่าจะทำให้เกิดความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนมากขึ้น





