กกต. ดึงผู้พิการ-สูงอายุ สาธิตใช้สิทธิออกเสียงประชามติต้นแบบ "สมชัย"ชี้พบปัญหาหลายข้อ จ่อแก้กฎหมายลงคะแนนเป็นความลับ อำนวยความสะดวก
ที่ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จัดให้มีการสาธิตการใช้สิทธิออกเสียงประชามติพิเศษต้นแบบ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมประมาณ 30 คน ประกอบด้วย ตัวแทนผู้พิการทางสายตาจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย จำนวน 10 คน ตัวแทนผู้พิการทางการได้ยินจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย จำนวน 10 คน และตัวแทนผู้พิการทางการเคลื่อนไหวจากมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการจำนวน 10 คน ได้ทดลองใช้สิทธิออกเสียง ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าวได้จัดบอร์ดนิทรรศการการพัฒนานวัตกรรมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ วีดีทัศน์แนะนำขั้นตอนกระบวนการการลงคะแนนสำหรับกลุ่มบุคคลพิเศษ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุในการเตรียมตัวไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้อย่างถูกต้อง โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งเข้าร่วม
นายอัครพล ปั้นสนิท ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว กล่าวภายหลังทดลองใช้สิทธิว่า การใช้สิทธิครั้งนี้พบปัญหา เกี่ยวกับการลงคะแนนเนื่องจากคูหาสูงเกินไป และไม่สามารถกดเครื่องลงคะแนนได้เพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรง และเมื่อกดลงคะแนนแล้วจะมีสลิปออกมาก็ไม่สามารถพับได้ จึงเป็นปัญหาในการใช้สิทธิจึงอยากให้กรรมการประจำหน่วยช่วยอำนวยความสะดวกการลงคะแนน การเลือกตั้งที่ผ่านมา ตนเสียสิทธิแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากมีกฎหมายบังคับว่าการลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ นอกจากนี้การลงคะแนนแต่ละครั้งกรรมการประจำหน่วยบางหน่วยช่วยเหลือเป็นอย่างดี บางหน่วยเข้มงวดเกินไปทำให้เสียสิทธิในการลงคะแนน จึงอยากฝากให้กกต.ไปแก้ไข
นายสุภวัฒน์ เสมอภาค ผู้พิการซ้ำซ้อน กล่าวว่า ตนไม่สามารถที่จะใช้แขนได้ ที่ผ่านมาพยายามไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ครั้งแรกมีเจ้าหน้าที่คอยให้การความช่วยเหลือ โดยกากบาทหมายเลขตามที่ตนบอก แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายในการลงคะแนนเป็นไปโดยลับ ครั้งที่สองไปใช้สิทธิ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในการเข้าคูหา และกากบาทบัตรให้ ทำให้การไปครั้งนั้นเป็นเพียงการไปแสดงสิทธิ แต่ไม่ได้ใช้สิทธิ ซึ่งเห็นว่า กกต.พยายามสร้างระบบในการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการซ้ำซ้อนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพราะถ้ายังคงกำหนดให้การลงคะแนเป็นไปโดยลับก็ไม่มีทางที่จะช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เนื่องจากผู้พิการในแต่ละประเภทจำเป็นจะต้องมีผู้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งรัฐควรอำนายความสะดวกมากกว่าการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
"ที่ผ่านมาผู้พิการด้านต่าางๆ พยายามไปใช่สิทธิเลือกตั้ง เมื่อไปก็ต้องมีคนคอยช่วยยกรถพาไปที่คูหา ทำให้ภาพลักษณ์การลงคะแนนของคนพิการน่าสงสาร และเป็นภาระ ซึ่งคนพิการไม่อยากให้มีการมองอย่างนั้น จึงควรมีการสร้างระบบการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้กับคนพิการที่จะลงคะแนน เพราะอย่างผมไม่สามารถขยับมือได้ ต้องใช้ปากในการคาบปากกา หรืออุปกรณ์ที่เป็นลักษณะแข็ง ๆ เพื่อกากบาท หรือกดเครื่องลงคะแนน หลังลงคะแนนแล้วก็มีปัญหาต่อไปว่าที่จะพับสลิปบัตรไปหย่อนในหีบบัตรลงคะแนนได้ และเป็นไปไม่ได้หากมีผู้มาช่วยเหลือแล้วจะไม่เห็นว่าเรากากบาทหมายเลขอะไร ดังนั้นถ้ามีะบบการช่วยเหลือก็จะอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการได้"นายสุภวัฒน์ กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า กกต.ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่เป็นผู้พิการและผู้สูงอายุ และเพื่อเป็นการอำนวย ความสะดวกแก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพและผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนานวัตกรรมการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติขึ้น โดยจัดให้มีกิจกรรมการจัดที่ออกเสียงประชามติพิเศษต้นแบบ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้พิการและผู้สูงอายุเข้าถึงการใช้สิทธิออกเสียงประชามติอย่างเท่าเทียมกันตลอดจนเพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการในการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ผู้พิการทางการมองเห็น และผู้สูงอายุ ในการลงคะแนนการออกเสียงประชามติเพื่อให้การจัดการออกเสียงประชามติเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิ ออกเสียงประชามติได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมต่อไป
นายสมชัย กล่าวว่า การทดลองในวันนี้เราสามารถรับรู้ถึงปัญหาสำหรับผู้พิการ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องนำไปหารือกับที่ประชุมกกต.เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป อาจจะต้องแก้กฎหมายยกเว้นข้อจำกัดการลงคะแนนเป็นความลับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ หรืออาจจะมีการจัดตั้งศูนย์ลงคะแนนเพื่อผู้พิการทุกจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดอาจมีศูนย์ลงคะแนนสำหรับผู้พิการ 1-2 จุด มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกคนพิการทุกประเภท กกต.จะสอบถามไปยังสมาคมผู้พิการแห่งประเทศไทยว่าต้องการให้กกต.จัดตั้งศูนย์ลงคะแนนทุกจังหวัดหรือไม่ หรือจะใช้สิทธิตามหน่วยปกติ ต้องไปหารือกัน ไม่อยากให้มองว่าคนพิการเป็นเพียงกลุ่มเล็กเพราะทุกเสียงมีความหมายเท่า ๆ กัน และเราเป็นคนปกติยิ่งต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการไม่ว่าจะใช้งบเท่าไหร่ก็ต้องทำ





