วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มีชัย'ยืนยันปรับให้รัฐมีอำนาจดูแลคลื่นความถี่

"มีชัย" ยืนยันปรับให้รัฐมีอำนาจดูแลคลื่นความถี่-วงโคจร เพื่อสื่อความหมายให้เป็นของคนไทยทุกคน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับบทบัญญัติว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ปรับจากทรัพยากรสื่อสารของชาติ เป็นทรัพยากรของรัฐนั้น ความมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อให้รัฐมีสิทธิเข้าดำเนินการรื้อระบบสารสนเทศ หรือระบบการใช้คลื่นความถี่ในปัจจุบัน แต่เพื่อต้องการให้สื่อให้เห็นว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นทรัพยากรของคนไทยทุกคน เพราะคำว่ารัฐในบทบัญญัติจะเป็นคำที่สื่อถึงบุคคลที่อยู่ภายในรัฐ ไม่ใช่คำว่ารัฐที่หมายถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกรณีที่กำหนดให้รัฐพึงมีองค์กรที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องการสื่อไปยังกสทช.ว่าการบริหารจัดการคลื่นความถี่ไม่ใช่ให้สิทธิขาดในการดูแลหรือจัดการคลื่นหรือนำคลื่นไปดำเนินการใดๆ ได้ตามใจชอบถือเสมือนว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นของตนเอง ซึ่งการดูแลและการบริหารจัดการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก 

อย่างไรก็ตามการปรับบทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช่เป็นการเขียนเพื่อให้รองรับกับการบังคับใช้ร่างกฎหมายดิจิตอล ส่วนการเขียนให้ครอบคลุมถึงวงโคจรด้วยนั้น เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ว่าวงโคจรเป็นสาธารณะสมบัติของประเทศแม้เอกชนจะได้สัมปทานจากรัฐ แต่ไม่อาจถือเป็นสมบัติของเอกชน ดังนั้นผู้ใดที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว ต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะด้วยเช่นกัน

นายมีชัย กล่าวต่อประเด็นคุณสมบัติส.ว. และส.ส. ที่ต้องไม่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาตินั้น ยืนยันว่ามีผลกำกับทั้งกรณีของผู้สมัคร ส.ว. และ ส.ส. ไม่ได้เป็นไปตามที่นายนรชิต สิงหะเสนี โฆษกรธ.แถลงว่าไม่มีผลกำกับต่อไป กล่าวคือหากบุพการี คู่สมรส บุตรเป็นส.ว.แล้วคนในสายสัมพันธ์ดังกล่าวต้องไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส. ขณะที่คนที่มีตำแหน่ง ส.ส. แล้ว ผู้มีสิทธิสมัครส.ว. ได้ต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของส.ส.  แต่หากเกิดกรณีดังกล่าวต้องให้ผู้ที่ได้ตำแหน่งนั้นลาออกจากตำแหน่ง