"พล.อ.ไพบูลย์" โชว์ผลงานรอบปี ยธ.ลุยล้างภาพลักษณ์แดนสนธยาในเรือนจำ ลั่นไม่มีนโยบายขยายคุก แต่ต้องแก้ปัญหาไม่ให้คนทำผิด
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงนโยบายในรอบ 1 ปีของกระทรวงยุติธรรมว่า รัฐบาลพยายามวางยุทธศาสตร์ 20 ปีให้กับกระทรวงยุติธรรมเพื่อครอบคลุมในด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจแต่ยังมีอุปสรรคที่ไม่สามารถนำงานบริการของรัฐให้เข้าถึงประชาชนหลายกรมในกระทรวงไม่มีหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งภายในปี 2559 จะเห็นการขยายตัวของยุติธรรมจังหัดเข้าไปถึงระดับชุมชนและตำบล ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีภาพลักษณ์ของแดนสนธยา และสอนวิชาโจร ตนได้เข้ามาแก้ไขเพื่อจัดระบบให้มีเรือนจำความมั่นคงสูง เรือนจำปกติหรือเรือนจำระดับกลาง. และเรือนจำชั่วคราวหรือเรือนจำโครงสร้างเบาสำหรับฝึกวิชาชีพให้กับผู้ที่ใกล้พ้นโทษและได้รับการพักโทษ ซึ่งกรมคุมประพฤติจะเข้ามารับช่วงในการดูแลต่อ โดยแต่ละปีจะมีผู้เข้าสู่ระบบการคุมประพฤติ 300,000-400,000 คน แต่มีพฤติกรรมหลบหนีจำนวน 40,000-50,000 คน ถือเป็นอันตรายต่อสังคม. อย่างไรก็ตาม ตนไม่มีนโยบายขยายเรือนจำเพราะต้องใช้เงิน 60,000-70,000 ล้านบาท และไม่เห็นด้วยที่จะจัดสังคมให้มีเรือนจำมากๆ แต่ควรแก้ไขให้คนทำผิดน้อยลง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ขอให้สังคมจับตากรมคุมประพฤติเพราะต่อไปจะมีบทบาทในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีการตัดสินคดีสำคัญอื่นๆ หรือคดีเด็ดขาดจะมีการใช้มาตรการอื่นแทนการจำคุก ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กันในหลายประเทศ รวมถึงงานด้านยาเสพติด ซึ่งต้องยอมรับว่าในชุมชนยังมีการค้าและการเสพโดยจะมีมาตรการป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูผู้ติดยาให้เข้าไปถึงระดับชุมชน นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมยังมียุทธศาสตร์ในการบูรณาการแก้ไขกฎหมายทั้งระบบ ที่ผ่านมามีการเสนอแก้ไขกฎหมายจำนวน 425 ฉบับ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการใช้แรงงานเรือประมง ทำให้ไทยมีปัญหาถูกกีดกันการค้า ส่วนหนึ่งเกิดจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และกฎหมายที่ล้าสมัย จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางเข้าไปประสานงานเพื่อจัดระบบการแก้ไขกฎหมายของทุกกระทรวง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตนได้สั่งการให้ทำงาร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน คณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและองค์กรต่างประเทศอื่นๆเพื่อฉีกแนวการทำงานออกไปให้หลากหลายกว่าการทำงานรับผิดชอบกฎหมายเพียง 2 ฉบับ ทั้งนี้ในกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่ามีปัญหาข้าราชการเกียร์ว่างบ้างแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก และตนสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งจะเห็นได้จากผลงานที่ผ่านมาของกระทรวงยุติธรรม




