วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยเกณฑ์ประเมินขรก.แบบใหม่ เป็นยากระตุ้นพวก'เกียร์ว่าง'

"วิษณุ" เผยเกณฑ์ประเมิน ขรก.แบบใหม่ เป็นยากระตุ้นพวก "เกียร์ว่าง" เพื่อให้บริการประชาชนเต็มที่ หวังสู้เอกชนได้ในอนาคต

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการกระตุ้นข้าราชการเกียร์ว่างโดยจะใช้เกณฑ์การประเมินรูปแบบใหม่ว่าเราเป็นเหมือนครูออกข้อสอบไม่ใช่หน่วยงานที่ถูกประเมินเป็นผู้ออกข้อสอบเอง การประเมินยึดหลัก 3 ข้อคือ 1. ประเมินจากภาระหน้าที่ปกติ 2.ประเมินตามยุทธศาสตร์หรือภารกิจพิเศษเพราะผู้บริหารแต่ละคนมีภารกิจพิเศษแตกต่างกัน เช่น การแก้ปัญหาภัยแล้งเรื่องของการแก้ปัญหาการบินระหว่างประเทศ ประมงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ 3.ประเมินจากพื้นที่ เพราะบางพื้นที่มีภารกิจพิเศษ แต่บางพื้นที่ไม่มี เช่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับประชาชนเรื่องปล่อยโคมลอยในเทศกาลลอยกระทง

นายวิษณุ กล่าวว่า การประเมินจะทำแบบ 360 องศา คือให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อนร่วมงาน ประชาชน เป็นผู้ประเมิน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.59 เป็นต้นไป และจะรู้ผลว่าการประเมินนั้นเป็นคุณหรือโทษในวันที่ 1 ต.ค.59เป็นความหมายถึงการเลื่อนขั้น การเพิ่มงบประมาณ การให้โบนัสเป็นโทษหมายถึงการลดงบประมาณ งดโบนัส มีการแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่ง อย่างไรก็ตามช่วงนี้ยังต้องมีการออกแบบแบบฟอร์มเกี่ยวกับการประเมินอีก  

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการทำงานไม่เข้าเป้าอย่างรุนแรงและมีความผิดรุนแรง จำเป็นต้องรอถึงเดือนต.ค.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าถ้ารุนแรงก็ต้องจัดการ เพราะจะเกิดความเสียหายแต่เชื่อว่าโดยทั่วไปคงจะมีการให้โอกาส หากสามารถอธิบายเหตุผลได้การทำงานของข้าราชการที่ผ่านมาถูกเรียกว่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเรามีวิธีการจัดการคือทำให้ต้องมีการปรับตัวซึ่งการประเมินนี้จะเป็นตัวช่วยและการควบคุมกับผู้บังคับบัญชาก็จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น 

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าลืมว่าประชาชนก็มีส่วนในการประเมินหากคะแนนจากเจ้านายให้มาดี แต่ประชาชนบอกว่าไม่ได้เรื่องคะแนนประชาชนก็จะมีน้ำหนัก1.เราต้องการให้ข้าราชการกระฉับกระเฉง ว่องไว ไม่เข้าเกียร์ว่าง2.เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล3.เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูประบบราชการเพื่อจะบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่และต้องการให้แข่งกันเองในหมู่ข้าราชการก่อนเมื่อไปถึงจุดหนึ่งจะสามารถแข่งกับเอกชนได้ขณะนี้เหมือนกับกระต่ายกับเต่า เราคงไม่เอาเต่าไปแข่งกับกระต่ายให้เต่ากับเต่าแข่งกันเอง ก่อน ก็พอไปได้แล้วจากนั้นค่อยคัดเต่าที่ดีที่สุดไปแข่งกับกระต่ายเราจึงได้เอาเอกชนเข้ามาช่วยด้วย อย่างไรก็ตามการประเมินครั้งนี้เน้นเฉพาะฝ่ายบริหารส่วนระดับล่างก็ให้ผู้บังคับบัญชาใช้หลักเกณฑ์ประเมินเดียวกันนี้หากผู้บังคับบัญชาคุมลูกน้องไม่ได้ถือว่าบกพร่อง

"ข้าราชการเกียร์ว่างเป็นปัญหาของระบบราชการไทยมาทุกยุค ทุกสมัยตนอยู่กับระบบนี้มานาน เห็นมานาน เมื่อมีเกณฑ์ประเมินแบบใหม่จึงต้องประเมินกันหลายปีถึงจะแก้ได้หมด ลองคิดจากการที่ไม่มีการประเมินคนไม่กลัวอะไรเลย พอประเมินมันก็ต้องกลัว มันก็ต้องดีขึ้นจากเดิมแน่แต่ข้าราชการที่ใกล้เกษียณยิ่งไม่ต้องกลัวใครจะทำอะไรเขาหรือพวกที่ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฎ คงนึกว่าไม่มีใครกล้าไปย้ายเขาแต่เราจะอาศัยถ้าเล่นงานคุณไม่ได้ เล่นงานหน่วยงานคุณได้ เช่นตัดงบประมาณ"