วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้เลือกตั้งแบบ'จัดสรรปันส่วนผสม' ทำรัฐบาลอ่อนแอ

“คณิน” ชี้เลือกตั้งแบบ "จัดสรรปันส่วนผสม" ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 40 ได้กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีจุดมุ่งหมายให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยและเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองอย่างยั่งยืนว่า จะต้องมีบทบัญญัติที่ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง รัฐบาลเข้มแข็ง และประชาชนเข้มแข็ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นี้ ดูเหมือนจะทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม กล่าวคือ ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนแอ และประชาชนอ่อนแอ  

นายคณิน กล่าวว่า จะเห็นได้จากการออกแบบวิธีเลือกตั้ง ส.ส. แบบพิสดารที่เรียกว่า “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนด้วยการกาบัตรใบเดียวเพื่อให้ได้ ส.ส. แบบแข่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 350 คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่เป็นสมาชิกเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคละ 5 คน และให้เอาผลคะแนนเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของพรรคการเมืองที่แพ้เลือกตั้งใน 350 เขต มารวมกันแล้วคำนวณเฉลี่ยปันส่วนให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งเท่ากับ กรธ. ยิงนกสามตัวด้วยกระสุนนัดเดียว กล่าวคือ ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนแอ และประชาชนอ่อนแอ

นายคณิน กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองอ่อนแอ เพราะนอกจากภายในพรรคการเมืองจะแตกแยกจากการที่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีถึง 5 คน และจากการแย่งชิงกันอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ แล้ว ยังจะทำให้ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ขาดความกระตือรือร้นและทุ่มเทให้กับการรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้งอีกด้วย เพราะยิ่งผู้สมัครของพรรคที่ชนะเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้งได้คะแนนเสียงมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้โอกาสของตนที่จะได้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคลดน้อยลงมากเท่านั้น นอกเหนือจากการที่พรรคการเมืองจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ง่ายๆ ด้วยเหตุผลว่า มีการกระทำที่ขาดจริยธรรมทางการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคมีความผิดฐานทุจริตเลือกตั้ง หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

นายคณิน กล่าวด้วยว่า ที่ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ เพราะรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะต้องเป็นรัฐบาลผสมจากหลายพรรคอย่างแน่นอน เนื่องจากพรรคการเมืองใหญ่จะหมดโอกาสที่จะได้ครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา ในขณะที่จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยและพรรคขนาดกลางเกิดขึ้นเต็มไปหมด ดังนั้น โอกาสของพรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส. ของตนเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก ในขณะที่โอกาสของคนนอกที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึงแม้จะมีมากกว่า แต่ก็ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมที่ขัดแย้งและอ่อนแออยู่ดี จึงไม่เข้าใจว่า กรธ. ทำแบบนี้เพื่ออะไร ? เพราะถึงอย่างไรก็จะได้รัฐบาลที่อ่อนแอ ทั้งขึ้น ทั้งล่องไม่ว่าจะเป็นนายกฯ เลือกตั้ง หรือนายกฯ คนนอก

นายคณิน กล่าวในที่สุดว่า ที่ทำให้ประชาชนอ่อนแอ ก็เพราะนอกจากการเลือกตั้ง แบบนี้จะเป็นการรวบเอาอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปอยู่ในมือขององค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นการปิดโอกาสของประชาชนที่จะใช้ดุลพินิจเลือกผู้สมัคร ที่ตนรักเลือกพรรคที่ตนชอบอีกด้วย จึงจะทำให้ประชาชนขาดความสนใจหรือกระตือรือร้น ที่จะติดตามหรือมีส่วนร่วมในการรณรงค์ ฟัง และเผยแพร่นโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่สนใจที่จะไปเลือกตั้ง หรือไปก็เลือกแบบ ขอไปที ที่เรียกว่า “Donkey Vote” ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกแปรสภาพให้เป็น “หุ่นยนต์” ไปโดยปริยาย ทั้งหมดนี้เป็นการออกแบบลายแทงที่จะบ่อนทำลายพลังของประชาชนซึ่งเป็นรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยแท้