"ประวิตร"เผย เตรียมส่ง"ทิปรีพอร์ท" ให้อเมริกา 19 ม.ค.นี้ หวังหลุดจากเทียร์3 เหลือเทียร์ 2 ด้านครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือทิปรีพอร์ท ว่า จะส่งวันที่ 19 ม.ค.นี้ให้กับสหรัฐอเมริกา ส่วนมั่นใจว่าจะถูกลดระดับจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์2 หรือไม่นั้น "ถ้าผมเป็นกรรมการผมจะให้เลย" แต่ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลทำเต็มที่ทุกเรื่อง เขาบอกมายังไงก็ทำอย่างนั้น ทำทุกเรื่องตามหลักสากล ซึ่งจะเป็นเรื่องดีที่ทำไว้ให้กับอนาคตข้างหน้า
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. .... ตามรายงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องด้านกระบวนการยุติธรรมในคดีค้ามนุษย์ ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเจ้าของเรื่องรับไปดำเนินการต่อไป โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
อาทิ กำหนดให้วิธีพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็วตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติและข้อบังคับของประธานศาลฎีกาตามมาตรา 6 ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อบังคับดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้ กำหนดให้ในการสืบพยานก่อนฟ้องคดี การไต่ส่วนมูลฟ้องหรือการพิจารณาคดี หากมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิกความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นซึ่งอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้
กำหนดให้ในการดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล มิให้รับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 98 มาใช้บังคับ
กำหนดให้จัดตั้งแผนกคดีค้ามนุษย์ขึ้นในศาลอุทธรณ์ โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีค้ามนุษย์ที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดให้การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีค้ามนุษย์ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา หรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง
กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจรับฎีกาเมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะเมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา หรือซึ่งยังไม่มีแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน หรือขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่นหรือเพื่อเป็นการพัฒนาตีความกฎหมาย หรือเมื่อจำเลยต้องคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ให้ประหารชีวิต หรือเมื่ออัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในคำฟ้องฎีกาของพนักงานอัยการว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย หรือปัญหาสำคัญอื่นตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาในกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาไว้พิจารณา ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์เป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดสถานที่ที่ห้ามไม่ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน พ.ศ. ....ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปไดโดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง กำหนดว่า สถานที่ที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงาน ได้แก่ โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น และสถานประกอบกิจการการแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่ง "การแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น"หมายความว่า การล้าง ชำแหละ แกะ ต้ม นึ่ง ทอด หรือบด สัตว์น้ำและ"การแปรรูปสัตว์น้ำ" หมายความว่า การกระทำใด ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนสภาพสัตว์น้ำสำหรับใช้เพื่อการอุปโภคหรือบริโภค แต่ไม่รวมถึงการบรรจุหีบห่อสัตว์น้ำโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพของสัตว์น้ำหรือเปลี่ยนแปลงสภาพสัตว์น้ำเพื่อบริการให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง





