วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ลุงกำนัน' กับราคายาง

ปัญหาราคายางกลายเป็นเรื่องใหญ่รับปีใหม่ของรัฐบาลไปเสียแล้ว เรื่องของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำลงเรื่อยๆ

ปัญหาราคายางกลายเป็นเรื่องใหญ่รับปีใหม่ของรัฐบาลไปเสียแล้ว เรื่องของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำลงเรื่อยๆ จนอยู่ที่ประมาณกว่า 30 บาท 

อย่างแรกที่ต้องยอมรับกันก่อนคือราคายางที่ตกในวันนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่มาจากในประเทศแต่เพียงอย่างเดียวหากแต่ส่วนหนึ่งเกิดจากราคายางพาราในตลาดโลกที่ร่วงต่ำลงไม่แพ้กัน แต่ในขณะเดียวกันหากยอมรับต่อชะตากรรมของตลาดโลก โดยไม่ทำอะไรอย่างนี้เราไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลก็ได้เช่นกัน นี่คือสองมุมที่ยังปะทะกันอยู่และต้องหาจุดสมดุลให้ได้ 

เอาจริงๆเรื่องปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรถือเป็นปัญหาของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นปัญหาทางการเมืองมากที่สุดเมื่อครั้งช่วงวิกฤตการเมืองในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งครั้งนั้นชาวสวนยางออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางโดยต้องการให้ราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมและ 120 บาท พร้อมทั้งออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่ม กปปส. 

หากสถานการณ์ในวันนี้เรียกได้ว่ากระอักเลือดกว่าวันนั้นมากนัก ราคายางดิ่งเหวเป็นประวัติการณ์ หากย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2558“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเคยพูดไว้ว่า“การปรับราคายางในกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นเรื่องกล้วยๆ”  

แต่ถึงวันนี้“รองนายกฯประวิตร” คงต้องก่ายหน้าผากเพราะสิ่งที่เจอไม่ง่ายเหมือนกับสิ่งที่คิด ซึ่งรัฐบาลคงต้องแก้ปัญหากันต่อไป เพราะมิใช่ราคายางเพียงอย่างเดียวแต่ยังจะมีราคาพืชผลการเกษตรอื่นให้แก้ไขอีกมาก และหากแก้ไขไม่ทันท่วงทีม็อบก็จะตามมา การใช้กฎหมายห้ามการชุมนุมเพียงอย่างเดียวมิอาจแก้ปัญหาใดๆได้ เพราะถึงวันหนึ่งเมื่อเดือดร้อนมากๆ คนก็จะเริ่มหมางเมินต่อกฎห้ามชุมนุม 

อย่างไรก็ตามเรื่องราคายางนี้มิได้เป็นปัญหากับรัฐบาลอย่างเดียว หากย้อนกลับมาเล่นงาน“สุเทพ เทิือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส. ด้วย ต้องไม่มลืมว่าเมื่อครั้งการชุมนุมนั้น กปปส. ออกมาเรียกร้องให้ชาวสวนยางออกมาร่วมชุมนุมโดยอาศัยปัญหาราคายางในขณะนั้นเป็นหัวเชื้อ และเมื่อสถานการณ์บานปลายทหารก็เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครอง 

มาวันนี้กลุ่มเกษตรกรได้เรียกร้อง“สุเทพ” ให้ออกมาเป็นแกนนำในการเรียกร้อง โดยขอให้เขาเสียสละเช่นวันที่เรียกร้องให้ชาวสวนยางเสียสละ ปัญหานี้จึงน่าหนักอกยิื่งนักว่าจะทำอย่างไร 

"สุเทพ" แม้จะบอกว่าตัวเองเลิืกเล่นการเมืองไปแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงการเล่นการเมืองในระบบปกติที่เขายุติบทบาทลง แต่บทบาททางการเมืองที่แท้จริงของเขากลับไม่่ยุติไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแดสงความเห็นทางการเมิือง หรือการที่ยังอดีต ส.ส. และนักการเมืองจำนวนมากยังขึ้นตรงต่อเขา และแน่นอนเขาก็ต้องดูแลคนเหล่านี้เช่นกัน 

ซึ่งก็อย่างทีเเราเห็นว่า ท่าทีของ"สุเทพ" นั้นกระอักกระอ่วนและแบ่งรับแบ่งสู้ไม่น้อยแม้ไม่พูดออกมาชัดๆ ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาตัวเขานั้นมีความสัมพันธ์แนบแน่นอันดีกับทหารเพียงใด และออกมาปกป้องทหารในทุกๆครั้ง 

หนึ่งอาจเป็นเพราะร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายครั้ง และอีกหนึ่งเป็นเพราะเมื่อวันนี้ทหารมีอำนาจสูงสุด เขาเองก็ย่อมอยู่ในสถานะที่ต้องรักษาตัวรอด เพราะถือเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งเช่นกัน 

เราจึงเห็นคำพูดที่เมื่อถูกถามถึงการเป็นแกนนำว่า"ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นเจ้าภาพร่วมขบวนเคลื่อนไหวด้วย แต่พร้อมยินดีร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน ในการคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหา”

พร้อมยังระบุว่า“เกษตรกรต้องตั้งสติให้มาก เรื่องการออกมาชุมนุมใช่ว่าจะออกมาทำไม่ได้ แต่ถามว่าสมควรทำหรือไม่ การออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเชื่อว่า ตนเชื่อว่าตอนนี้รัฐบาลได้ยินแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ต้องออกมาแสดงให้เห็นด้วย"

ท่าทีที่ออกมาเช่นนี้ก็ชัดว่า แทนที่เขาจะมาเป็นแกนนำเรียกร้องพร้อมชาวสวนยาง เขาอาจกลายเป็นแนวร่วมในการเกลี้ยกล่อมไม่ใช่ชาวบ้านออกมาชุมนุมเสียมากกว่า 

มิพักที่เขาถูกสวนหมัดจาก“ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อถูกถามถึงราคา 60 บาทต่อกิโลกรัมที่เขาเสนอว่า "ก็ช่างเขาสิ แล้วจะเอาอะไรมาอุ้ม เอาเงินที่ไหน ถามมาสิเงินที่ไหน ตอบมา 

คำถามคือ “สุเทพ” จะจัดสมดุลต่อไปอย่างไร เพราะหากทุกอย่างยังไม่ดีขึ้นชาวบ้าานจะต้องเรียกร้องอีกแน่นอน เมื่อฐานเสียงต้องรักษา แต่ความสัมพันธ์กับทหารก็ต้องดูแล จากนี้เราอาจจะเห็นนักการเมืองในพื้นที่บางคนลงไปร่วมกับชาวบ้าน ขณะที่ระดับบนก็จะเกลี้่ยกล่อมให้ใจเย็นๆ 

วิธีการเช่นนี้ใครจะเรียกเช่นไรก็ตามแต่จะนิยามกัน