วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประธาน ศอตช. อัด 'นพ.วิชัย' มัวพูดข้างนอกเรื่องไม่จบ

"พล.อ.ไพบูลย์" ประธาน ศอตช. อัด "นพ.วิชัย" มัวพูดข้างนอกเรื่องไม่จบ ย้ำให้ความเป็นธรรมรีบมาคุย แนะเวทีข้างนอกไม่ใช่เวทีแก้ปัญหา

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตรองประธานสสส. ระบุ ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการถูกปลดด้วยคำสั่งตาม มาตรา44 จึงต้องการให้ทบทวนคำสั่งเพื่อขอความเป็นธรรมจาก ศอตช. ว่า การทบทวนที่ว่านั้นหมายถึงอะไร เพราะตามหลักการที่ประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่มีรายชื่อบัญชี 1-2 ออกมาคือ ผู้ถูกพักงานต้องยื่นคำขอความเป็นธรรมเข้ามา แล้วทางศอตช.จะได้ชี้แจงไปให้ทราบทั้งหมด ตามหลักการเป็นเช่นนี้ ปฏิบัติเช่นนี้กันมาตลอด โดยอธิบดี,เลขาฯ สปสช. ก็ได้เข้ามาชี้แจง และเมื่อตนได้ชี้แจงไปทั้งหมดแล้วเขาก็กลับไปแล้วก็หายไปเลย

ดังนั้น ยืนยันว่าต้องทำตามหลักการ ถ้าจะให้ตนออกไปชี้แจงข้างนอก ก็บอกแล้วว่าไม่ทำ เพราะนี่คือหลักการที่ต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันทุกคน ไม่อย่างนั้นคนหลายร้อยคน ตนต้องมานั่งชี้แจงคงไม่ได้ แต่การชี้แจงต้องประกอบด้วยองค์คณะทั้งหมด ไม่ใช่ตนคนเดียว หน่วยงานที่ตรวจ เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องพร้อมที่จะมา ตนพูดอย่างนี้ไป 2-3 อาทิตย์แล้วก็ยังยืนยันในหลักการนี้ ให้ความเป็นธรรม และเป็นข้อปฏิบัติที่ศอตช.ปฏิบัติมาทั้ง 1-2 บัญชีแล้ว และไม่มีข้อแตกต่างอะไรที่จะไม่ให้ความเป็นธรรม และการให้ความเป็นธรรมที่ผ่านมาก็มีไม่ใช่ไม่มี เพราะได้มาพูดคุยและชี้แจงกัน

“ท่านต้องเข้ามาตามช่องทางเหมือนคนอื่นๆ ไม่ใช่ได้รับอภิสิทธิ์จากผมให้ผมออกไปชี้แจง ผมไม่ไปชี้แจง เท่าเทียมกันหมดแหละครับ และให้ความเป็นธรรม ขนาดต้องคืนตำแหน่งให้ก็มีมาแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นว่าจะมีการเคลื่อนไหวกดดันศอตช.ในวันที่ 15 ม.ค.พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แล้วจะเคลื่อนไหวเพื่ออะไร โครงการของ สสส. ตระกูล ส. นั้น รัฐบาลไม่เคยมีนโยบายที่จะยุบ แต่หลักการทำงานทำไปแล้วเมื่อมีข้อจะปรับปรุงก็ต้องช่วยกันปรับปรุง ต้องยอมรับการปรับปรุง ตนเคยชี้แจงทีมงานสสส.มาแล้วว่าด้วยเรื่องอะไร ตามหลักการที่ให้ไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนกลุ่มนี้จะเป็นเพียงกลุ่มเดียวใน 59 รายชื่อที่ยังเคลื่อนไหว พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า แล้วสื่อมองว่าอย่างไร ตอบเองก็ได้ ตนคงไม่ต้องตอบ ประชาชนก็ตอบเองได้ว่าทำไมเกิดปัญหาเช่นนี้ ตนยืนยันหลายครั้งว่า สสส. เป็นโครงการที่ดีและรัฐบาลไม่มีแนวทางยกเลิก เรากำลังพูดถึงในประเด็นของการใช้งบประมาณบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้พูดในแง่ของโครงการ ไม่ได้พูดถึงในแง่การเสียสละของคนที่เข้าไปโครงการ คนที่ทำงาน 5-10ปี หรือ 50 ปี ย่อมมีข้อผิดพลาดกันได้ ก็ปรับกันไป และทำให้โครงการนั้นดำเนินการได้ มุ่งไปสู่ความคุ้มค่า เท่าเทียมกันทั้งหมด เหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงขณะนี้ นพ.วิชัยได้ติดต่อเพื่อพูดคุยขอความชัดเจนหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ไม่ได้มา ผมบอกตั้งแต่วันแรกแล้ว ก็เห็นไปร้องอยู่ข้างนอก ผมบอกแล้วว่าถ้าไปพูดอยู่แต่ข้างนอกมันก็ไม่จบ แล้วผมก็ไม่ไปชี้แจงข้างนอก ตามหลักการเป็นอย่างนั้น เท่าเทียมกัน เพราะไม่ใช่เวทีการโต้ตอบ ผมพยายามยืนบนหลักการ สร้างความเป็นธรรมกับทุกคน”

เมื่อถามว่า หากทุกเครือข่ายรวมตัวกันกดดัน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนชอบแบบนั้นก็ชอบไป แต่ตนยืนยันว่าตนไม่ทำ ตนมีหลักการ ทำเท่าเทียมกัน ทุกคนต้องเดินเข้ามาทำความร้องเรียนเหมือนบัญชี1-2 ไม่เช่นนั้นเขาจะตำหนิตนได้ว่าแตกต่างกันตรงไหน แล้วสื่อเองชอบแบบไหน แบบเท่าเทียมกัน หรือแบบที่เขากำลังจะทำอยู่อย่างนี้ หากชอบก็ไปร่วมเดินกับเขาเลย

เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ไพบูลย์เองยินดีที่จะตอบข้อชี้แจงใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ก็ตอบหมด ก็มาสิ ตอบในห้อง ก็มาสิ ผมบอกแล้วว่าผมไม่เคยเอาความผิดใครมาชี้แจง แจกแจงในที่สาธารณะ ผมไม่ทำ เพราะเขามีลูกเมีย มีสถาบัน จะให้ไปแจกแจงอะไร หลายคนเห็นข้อมูลแล้วก็บอกเออใช่ หลายคนไม่รู้ว่าบางครั้งเกิดจากกระบวนการเรื่องการบังคับบัญชา ซึ่งเป็นรายละเอียด อย่าไปพูดแฉกันเลย ผมว่าเวทีข้างนอกไม่ใช่เวทีการแก้ปัญหา” เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้าเขายังไม่เข้าใจพล.อ.ไพบูลย์ก็ยินดีที่จะพูดคุยชี้แจงอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ไม่คุย”