วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ.ผ่านพิจารณาหมวดพระมหากษัตริย์แล้ว

กรธ.ผ่านการพิจารณาหมวดว่าด้วยบททั่วไป-หมวดพระมหากษัตริย์แล้ว เพิ่มมาตราใหม่ให้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์รัชทายาทหรือผู้แทนพระองค์ได้

หากพระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯให้กระทำ พร้อมเขียนให้ผู้ต้องถวายสัตยฯ ปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้จะยังไม่เข้าถวายสัตยฯ แต่ยังไม่ตกผลึก ปม “ครม.ใหม่” ต้องถวายสัตยฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน วาระพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรายมาตรา เป็นวันแรก ที่ จ.เพชรบุรี ว่า ที่ประชุมได้นำบทบัญญัติที่ทางคณะอนุกรรมการยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้ยกร่างตามหลักการที่ได้หารือร่วมกันของที่ประชุม กรธ. มาพิจารณาโดยเรียงลำดับตั้งแต่มาตรา1เป็นต้นไป

โดยภาพรวมในช่วงเช้า ที่ประชุมได้ผ่านการพิจารณาในบททั่วไป ซึ่งเป็นเนื้อหาที่วางเจตนารมณ์ของการใช้รัฐธรรมนูญ จำนวน5มาตรา แล้ว โดยเนื้อหาหลักได้คงบทบัญญัติเดิของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ทั้งนี้มีส่วนที่แก้ไขเพื่อความกระชับของถ้อยคำและปรับปรุงบทบัญญัติให้ทันสมัย เช่น ร่างมาตรา5ที่นำความของมาตรา6ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ว่าด้วยรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับใช้จะขัดหรือแย้งไม่ได้ ที่ประชุมได้มีมติให้เพิ่มประเด็นว่าด้วย การกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานส่วนเนื้อหามาตรา7ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ว่าด้วย กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญใช้บังคับ ให้ดำเนินการไปตามประเพณีการปกครองตามระเบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั้น ที่ประชุม กรธ. ได้ตัดส่วนดังกล่าวออกทั้งหมด และจะนำความไปเขียนไว้ในหมวดว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าอำนาจการวินิจฉัยความใดที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจโดยตรงของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงย้ายเนื้อหาไปใส่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อความเหมาะสม

 ส่วนหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ที่ประชุมได้นำเนื้อหาตามที่เคยบัญญัติไว้หมวดดังกล่าว ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ทั้ง17มาตรา มาเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ได้ปรับปรุงเนื้อหาของร่างมาตรา12ที่นำความของมาตรา14ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ว่าด้วยคุณสมบัติขององคมนตรีที่ต้องไม่เป็นส.ส., ส.ว. สมาชิก เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ไม่ฝักใฝ่การเมือง รวมถึงตุลาการของศาลและกรรมการองค์กรอิสระ ที่จะพิจารณาปรับปรุงถ้อยคำเพื่อให้กระชับโดยยึดความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ที่เกี่ยวข้องกับคำนิยามของข้าราชการ ทำให้เนื้อหาของร่างมาตรา12นั้น ได้ตัดส่วนตุลาการศาลปกครองออกเพราะถือว่าเป็นข้าราชการ , ปรับใช้คำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพื่อให้ครอบคลุมกับองค์กรอิสระทุกหน่วยงานและเพื่อลดถ้อยคำจากเดิมที่เขียนองค์กรอิสระไว้ทุกองค์กร

ขณะที่ร่างมาตรา14 ที่นำความจากมาตรา17ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550ว่าด้วยการใช้พระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์กรณีแต่งตั้ง ใช้ข้าราชการในพระองค์ และ การให้พ้นตำแหน่งของสมุหราชองครักษ์ ได้เพิ่มความในวรรคสอง ที่ว่า “การจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฏีกา” เพื่อให้การใช้พระราชอำนาจในเฉพาะการแต่งตั้งบุคคลเป็นไปตามพระราชอัธยาศัยอย่างแท้จริง จากเดิมที่การแต่งตั้งข้าราชการไม่ว่ากรณีใดๆ ต้องผ่านกฎหมายว่าด้วย ก.พ. ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในหมวดพระมหากษัตริย์ ที่ประชุมกรธ. ได้มีมติเพิ่มเติมร่างมาตรา24ว่าด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ ที่ให้ผู้ต้องถวายสัตยปฏิญาณสามารถถวายสัตย์ต่อพระรัชทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะหรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้ ตามที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม นอกจากนั้นที่ประชุมได้นำประเด็นว่าด้วยกรณีที่ผู้ซึ่งต้องให้คำถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ระหว่างที่รอการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าให้กระทำได้ เพราะถือว่าผู้ซึ่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นผ่านการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังมีความเห็นต่อประเด็นของการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่เดิมรัฐธรรมนูญกำหนดให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายหลังจากที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว แต่ที่ประชุมยังไม่ได้หารือในรายละเอียดที่ชัดเจนและได้ผ่านไปพิจารณาในหมวดว่าด้วยสิทธิ และเสรีภาพของปวงชนชาวไทยต่อไป

 ภาพ@TPchannel10